วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

SET ทดสอบ 1500 จุด

SET View

- แนวโน้มวันนี้เป็นกลาง มองกรอบเคลื่อนไหว 1490-1515 จุด

วันนี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคส่วนใหญ่รวมถึงตลาดโภคภัณฑ์ (ทองคำ/น้ำมันดิบ) ปิดทำการขณะที่นักลงทุนต่างชาติคงชะลอการลงทุนในช่วงวันหยุดยาว SET จะถูกชี้นำจากนักลงทุนภายในประเทศ อย่างไรก็ตามด้วยสภาพคล่องที่หายไปอาจทำให้ SET แกว่งตัวแบบไร้ทิศทางในกรอบแคบ ขณะที่ลงทุนสถาบัน/พอร์ตบ.ล.กลับมาขายสุทธิครั้งแรกในรอบ 8/5 วัน แสดงถึงการปิดความเสี่ยงเมื่อใกล้ช่วงวันหยุดยาว จะกลับมากดดันจิตวิทยาการลงทุน จึงคาด SET มีโอกาสปรับตัวลงมาก่อนในช่วงเปิดตลาด ส่วนการเคลื่อนไหวของหุ้นใน SET จะค่อนข้างกระจัดกระจาย และกำหนดกลยุทธ์การลงทุนได้ยาก ทางเทคนิค SET หลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 1520 แบบเปิด Gap ทิ้งไว้แถว 1525 จุด บ่งบอกถึงการจบรอบการรีบาวน์ที่ขึ้นมาจากจุดต่ำสุด 1376 จุดในสัปดาห์ก่อน โดยมีแนวรับถัดไปบริเวณ 1490 และ 1460 จุด สำหรับวันนี้ด้วยปริมาณซื้อขายเบาบางเพียง 3.3 หมื่นล้านบาทเมื่อวานนี้ บ่งบอกถึงโอกาสฟื้นตัวในระยะสั้น แต่คงไปไม่ไกลจาก 1500 จุด +/- มากนัก

- กลยุทธ์การลงทุน เก็งกำไรระยะ 1-2 วัน ชะลอการลงทุนกลับมาถือครองเงินสด รับความเสี่ยงได้มากหาจังหวะขึ้นขาย-ลงซื้อ

- Top Daily Pick : BCP (ราคาหุ้นสะท้อน Stock Loss ที่จะเกิดใน 4Q57 จากราคาน้ำมันดิบตกต่ำไปแล้ว โครงสร้างรายได้ผันผวนน้อยสุดในกลุ่มโรงกลั่น) INTUCH (ผลประกอบการ 4Q57 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องและจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี มี upside จากการขยายธุรกิจต่อเนื่องของทั้ง ADVANC และ THCOM รวมถึงธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์)

- Technical Pick : BMCL KTB IFEC NMG PAF

- Theme Play : TTA เพิ่มทุนแจกวอแรนท์สนับสนุนการเติบโตจากการซื้อกิจการ /BCP มีมูลค่าแฝงจากโครงการ Solar Farm ที่มีโอกาสถูก unlock value /ROBINS คาดยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ 4Q57 ส่วนปีหน้ากลับมาเติบโตชัดเจนจากการขยายสาขา /EA เริ่มรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าลำปาง 90 MW ในต้นปี 58 /กลุ่มนำตลาดเบต้าสูง (ITD SPALI RS PTTEP SIRI PTTGC TRUE) /ADVANC INTUCH ผลประกอบการปี 58 จะกลับมาโตชัดเจนจากต้นทุนดำเนินงานลดลง

- รายงานวันนี้

Comment : กลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ (น้ำหนักการลงทุน “มากกว่าตลาด”) ส่วนแบ่งคนดูทีวีดิจิทัลเพิ่มต่อเนื่อง

Fundamental Talk

- BCP มีสินทรัพย์แฝงที่รอการปลดล็อค (Unlock Value)

•เรามองว่ามติคณะกรรมการบริษัท (19 ธ.ค.) ที่แต่งตั้งคุณชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ดำรงตำแหน่ง CEO มีผลวันที่ 1 ม.ค. 58 เป็นก้าวย่างสำคัญในการปลดล็อคมูลค่าแฝง (Unlock Value) ให้กับ BCP ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงแยกตัวจาก PTT เหตุจากการปฏิรูปพลังงานและรัฐวิสาหกิจเพื่อลดการผูกขาด เราประมาณการสัดส่วนกำไรปี 58 ของ BCP วัดโดย EBITDA จากธุรกิจโรงกลั่น 40% โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ (Solar Farm) 30%, ค้าปลีกน้ำมันและอื่นๆ 30% และรวมถึงมีแผนขยายการลงทุนในธูรกิจพลังงานทดแทนทั้ง Solar Farm, ผลิตพลังงานชีวภาพ รวมถึงธุรกิจผลิตเอทานอล ซึ่งมีโอกาสเพิ่มมูลค่าในระยะยาว แต่ตลาดยังให้ valuation ต่ำ เพียง 11.6x Trailing P/E และ 1.26x Trailing P/BV จากความวิตกต่อแนวโน้มกำไรไม่สดใสของธุรกิจโรงกลั่น รวมถึงการประเมินมูลค่าระยะยาวของนักวิเคราะห์หลายที่ ยังไม่สะท้อนมูลค่าแฝงที่อยู่ในธุรกิจพลังงานทางเลือก

•คุณชัยวัฒน์ ว่าที่ CEO คนใหม่ ได้เป็นกรรมการของ BCP มาพักหนึ่งแล้ว ในอดีตเคยทำงานสาย Investment banking และตั้งบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินชื่อบริษัท “เทิร์นอะราวด์” มีผลงานที่ประสบความสำเร็จมากมาย โดยบริษัทเทิร์นอะราวด์ก็สมชื่อว่าไม่ค่อยเน้นทำดีล IPO หรือดีล M&A ธรรมดาแต่เชี่ยวชาญด้านการปรับโครงสร้างองค์กรและการแก้ปัญหาหนี้ ทำให้หลายบริษัทรอดตายมาหลายแห่งแล้ว ซึ่งหนึ่งในผลงานที่โดดเด่นของบริษัทเทิร์นอะราวด์ก็คือการผลิกฟื้น BCP ช่วงวิกฤตในอดีตที่มีปัญหาหนี้สินมากถึง 2 หมื่นล้านบาทในขณะที่มีกระแสเงินสดจ่ายไม่พอ โดยเทิร์นอะราวด์ใช้ความคิดสร้างสรรค์เพิ่มทุนโดยมีรัฐบาลค้ำประกันเพื่อเพิ่มความน่าสนใจในช่วงที่ทั้งกระทรวงการคลังและนักลงทุนรายย่อยไม่อยากใส่เงินเพิ่ม เราคาดว่าอาจได้เห็นอดีต IB แสดงฝีมือพา BCP ไปสู่จุดที่เกิดประโยชน์ต่อบริษัทหรือดึงเอามูลค่ากิจการที่ถูกซ่อนไว้ออกมา

•ในมุมมองของเรา มีโอกาสที่ BCP จะ Unlock Value ธุรกิจพลังงานทดแทนโดยเฉพาะ Solar Farm ออกมาเข้าตลาด เนื่องจากสามารถเพิ่มมูลค่าได้มากกว่าธุรกิจโรงกลั่น โดย BCP มีกำลังการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ทั้งหมด 118 MW หากเปรียบเทียบอัตราส่วนมูลค่าตลาดต่อ MW กับบริษัทที่มีโครงการ Solar Farm ในตลาด ซึ่งมีอัตราส่วนอยู่ราว 70-100 เท่า ในส่วน Solar Farm ของ BCP จะมีมูลค่าถึง 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว ¼ ของมูลค่าตลาดปัจจุบันของ BCP (เราประเมินอย่างอนุรักษ์นิยมเนื่องจากหุ้น Solar Farm ในตลาดจะรวมเอาจำนวน MW ที่คาดว่าจะขยายในอนาคตมาคิดเป็น premium ในราคาหุ้นปัจจุบันด้วย ซึ่งจากข่าวล่าสุด CEO คนปัจจุบันคาดว่า BCP จะขยายอีกราว 100 เมกะวัตต์ในปี 58 ถือว่าเป็นการขยายอีกเท่าตัว แต่ประเด็นนี้เราไม่ให้น้ำหนักมากเพราะยังไม่มีความชัดเจน) นอกจากนี้ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ PTT ได้ดีกว่าลำพังการขายหุ้น BCP ออกไปโดยตีมูลค่าเทียบเท่าธุรกิจโรงกลั่น

•BCP (เก็งกำไร/ มูลค่าเหมาะสม 36 บาท) เป็นหุ้นโดดเด่นสุดในกลุ่มโรงกลั่น เนื่องจากโครงสร้างรายได้มีการกระจายความเสี่ยงมากกว่า จากธุรกิจจัดจำหน่ายน้ำมันและโรงไฟฟ้า Solar Farm ที่มีกระแสเงินสดค่อนข้างแน่นอนมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ TOP และ IRPC ที่ยังคงพึ่งพาธุรกิจปิโตรเคมี (ที่มีความผันผวน) ราว 15-20% ของรายได้รวม การอ่อนตัวลงมาของราคาหุ้นจากความวิตกต่อ Stock Loss จะเป็นโอกาสทยอยสะสมเพื่อรอการฟื้นตัวของกำไรปกติในปี 58 ขณะที่มี upside จากโอกาส unlock value จาก ธุรกิจพลังงานทดแทน