เก็งกำไร ROBINS BMCL OCEAN สะสม หุ้นบลูชิพปันผลดี และกลุ่มได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐ
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ แกว่งตัวในกรอบแคบระหว่าง 1520-1535 จุด นักลงทุนชะลอการลงทุนช่วงหยุดยาว แต่คาดดัชนียังสามารถปรับขึ้นต่อช่วงสิ้นปี จากโอกาสของการเกิด window dressing
คาดดัชนีฯ วันนี้ แกว่งตัวในกรอบแคบระหว่าง 1520-1535 จุด โดยปริมาณการซื้อขายเริ่มเบาบาง จากนักลงทุนต่างชาติหยุดยาวช่วงวันคริสต์มาส-ปีใหม่ ขณะตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในเอเชีย รวมถึงยุโรปและสหรัฐฯ วันนี้ ปิดทำการเนื่องในวันคริสมาส์ต์ อย่างไรก็ดี เรายังคาดหวังการปรับขึ้นของดัชนีฯ ในช่วงที่เหลือของปีจากโอกาสของการเกิด window dressing ขณะที่ปัจจัยภายนอกโดยรวมภาพยังเป็นบวก ตามเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ปัจจัยกดดันยังมาจากราคาน้ำมันดิบที่ยังแกว่งตัวรอบๆ ระดับ 60 ดอลลาร์ /บาร์เรล ส่งผลให้ราคาหุ้นพลังงานยังปรับขึ้นได้ไม่มากนัก โดยคาดเป้าหมายดัชนีฯสิ้นปีนี้อยู่ที่ 1555 จุด +/-10จุด
กลยุทธ์ เก็งกำไร ROBINS BMCL OCEAN สะสม หุ้นบลูชิพปันผลดี และกลุ่มได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐกลุ่มสื่อสาร ADVANC INTUCH ทางเลือก DEMCO GUNKUL SPCG ธนาคาร KBANK SCB TMB
ปัจจัยต่างประเทศ : Dow Jones ปิดเหนือ 18,000 จุด เป็นครั้งแรก
• ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังหนุน Dow Jones ปิดบวก สหรัฐฯ ประกาศตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงเกินคาด 9,000 ราย สู่ 280,000 รายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 20 ธ.ค. ต่ำกว่าคาด 10,000 ราย หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ระหว่างวันที่ระดับ 18,086 จุด ก่อนย่อตัวลงมาปิดที่ระดับ 18,030 จุด ทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง
• ราคาน้ำมันดิบยังไม่ฟื้น จาก supply ที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยสัญญา Brent อ่อนตัวลงมาปิดใกล้ระดับ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงาน (EIA) ของสหรัฐ เปิดเผยข้อมูลสต๊อคน้ำมันดิบสัปดาห์ก่อน เพิ่มขึ้น 7.3 ล้านบาร์เรล จากที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.3 ล้านบาร์เรล บ่งชี้ถึงอุปทานน้ำมันส่วนเกินที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลราคาน้ำมันดิบยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ ซึ่งเราคาดว่าจะยังเป็นปัจจัยกดดันการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มพลังงานด้วยเช่นกัน
ปัจจัยในประเทศ
ตลท. กำหนดใช้เกณฑ์ควบคุมหุ้นร้อนใหม่ เริ่มใช้ต้นปีหน้า มาตรการกำกับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีการปรับปรุง คือ
1) เมื่อหลักทรัพย์มีสภาพผิดปกติและเข้าเกณฑ์ Trading alert list แล้ว ผู้ลงทุนต้องซื้อหลักทรัพย์นั้นด้วยบัญชี Cash balance หรือ ซื้อด้วยการวางเงินสดเป็นประกันไว้ล่วงหน้าก่อนการซื้อเต็มจำนวน เป็นเวลา 3 สัปดาห์
2) ในกรณีที่หลักทรัพย์นั้นเข้าเกณฑ์ Trading alert list ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 จะถูกห้ามนำหลักทรัพย์นั้นมาคำนวณเป็นวงเงินซื้อขายในทุกประเภทบัญชี และต้องซื้อด้วยบัญชี Cash balance ต่อไปอีก 3 สัปดาห์นับจากวันที่ประกาศ
3) ส่วนกรณีที่หลักทรัพย์นั้นเข้าเกณฑ์ Trading alert list อีกเป็นครั้งที่ 3 หลักทรัพย์ดังกล่าวต้องซื้อด้วยบัญชี Cash balance และ ถูกห้ามนำหลักทรัพย์นั้นมาคำนวณเป็นวงเงินซื้อขายในทุกประเภทบัญชีและ ห้าม Net Settlement ในวันเดียวกัน
4) ในกรณีที่หลักทรัพย์มีสภาพการซื้อขายที่ผิดปกติอย่างมากไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน หรือมีการซื้อขายกระจุกตัวโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคล อาจประกาศหยุดพักการซื้อขายเป็นการชั่วคราว (ขึ้นเครื่องหมาย H) โดยมาตรการนี้จะเริ่มใช้ในวันที่ 5 ม.ค. 2558
ทางเทคนิค ดัชนีฯ ดูอ่อนแรงลงเล็กน้อยหลังถอยลงมาปิดต่ำกว่า ระดับ 1530 จุด โดยแนวรับระยะสั้นอยู่ที่บริเวณ 1522/1510 จุด แนวต้านถัดไปจะอยู่ที่ 62% Fibonacci หรือบริเวณ 1545 จุด ขณะที่ indicator ระยะสั้นอย่าง RSI เริ่มอ่อนแรงลง แต่ยังมีโอกาสของการฟื้นตัว ส่วน MACD ยังปรับตัวขึ้นแต่ยังไม่สามารถตัดเส้นsignal line ขึ้นมาได้ และยังต่ำกว่าระดับ 0 บ่งชี้ถึงโมเมนตัมบวกระยะสั้นที่ยังไม่แข็งแกร่งนัก









