มีมุมมองเป็นบวกต่อแผนลงทุนระยะยาว
ประเด็น
- บริษัทแจ้งข่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ เกี่ยวกับประมาณการรายจ่าย (Capital Expenditure) และรายจ่ายดำเนินงาน (Operating Expenditure) ระหว่างปี 2558 – 2562 รวม 2.4 หมื่นล้านเหรียญ ซึ่งมีการปรับทิศทางกลยุทธ์ และแผนงานให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ (ที่มา: PTTEP และ SET)
ผลกระทบ / ความเห็น
- ภาพรวมเป็นบวกต่อ PTTEP : แผนการลงทุนใหม่ใช้เงินลงทุนรวม 2.4 หมื่นล้านเหรียญฯ ซึ่งหากเทียบกับแผนเดิมที่มีการประกาศงบลงทุนระหว่างปี 2555 – 2562 (รวมที่เราประมาณการปี 2562) พบว่าใช้เงินลงทุนน้อยลงเฉลี่ย 8% ต่อปี สอดคล้องกับมุมมองของเราที่มีต่อราคาน้ำมันระยะยาว (บทวิเคราะห์อุตสาหกรรม 16 ธ.ค.) ด้านประมาณการยอดขายปิโตรเลียมเฉลี่ยต่อวันปรับเพิ่มเฉลี่ย 4% ต่อปีจากแผนเดิม ทำให้เราปรับประมาณการระหว่างปี 2558 – 2562 เฉลี่ย 4.5% ต่อปี และปรับมูลค่าเหมาะสมเป็น 132 บาท (DCF, WACC ที่ 9.6%) เพื่อให้สอดคล้องกับประมาณการใหม่ รวมทั้งปรับมูลค่าเหมาะสมของ PTT จาก 354 บาท เป็น 359 บาท ตามการประเมินด้วยวิธี Sum-of-the-part (PTT ถือหุ้น PTTEP ในสัดส่วน 65%)
- ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดเป็นโอกาสขยายการลงทุน : มุมมองเชิงลบต่อราคาน้ำมัน ทำให้เราปรับสมมติฐานราคาน้ำมันในระยะยาวลง โดยปี 2558 เราคาดว่าราคาน้ำมันดิบจะอยู่ที่ 65 เหรียญต่อบาร์เรล แม้ด้านหนึ่งจะกระทบกำไรจากการดำเนินงานของ PTTEP โดยตรง แต่อีกทางหนึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีของ PTTEP ในการเข้าซื้อแหล่งปิโตรเลียมใหม่ ขณะที่เราประเมินว่า PTTEP มีความพร้อมสูง จากปัจจุบันบริษัทมีเงินสดในมือกว่า 3 พันล้านเหรียญ หนี้สินต่อทุนสุทธิต่ำเพียง 0.23xและกระแสเงินสดอิสระ (หักเงินปันผล) เฉลี่ย 800 ล้านเหรียญต่อปี เพียงพอสำหรับการเข้าลงทุนแผนการลงทุนระยะยาวและในแหล่งปิโตรเลียมใหม่ที่มีศักยภาพ
คำแนะนำ / เหตุผล
- แนะนำ “เก็งกำไร”: เรามีมุมมองเป็นบวกจากการประกาศแผนลงทุนระยะยาวครั้งนี้ โดยเฉพาะแหล่งปิโตรเลียมที่ลงทุนเป็นแหล่งปิโตรเลียมที่มีศักยภาพในการผลิตและมีความเสี่ยงต่ำ โดยมุ่งเน้นโครงการในประเทศ และโครงการในประเทศพม่า เรามองว่าราคาหุ้นสะท้อนความเสี่ยงจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง จึงทำให้ PTTEP มี Down-side จำกัด แต่ราคาน้ำมันจะยังมีโอกาสผันผวนในระยะสั้นจากปัญหาอุปทานส่วนเกิน ทำให้เราแนะนำ “เก็งกำไร”









