วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

SET จะรีบาวน์ขึ้นทดสอบ 1550 จุด

SET View

- แนวโน้มวันนี้เป็นบวก มองกรอบเคลื่อนไหว 1525-1550 จุด

มีโอกาสรีบาวน์ตามตลาดหุ้นภูมิภาคหลังดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 18,024 จุด จากสหรัฐประกาศตัวเลข GDP 3Q57 ที่เติบโตกว่า 5% สูงสุดในรอบ 11 ปีและดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ กอปรกับแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบ Brent กลับมายืนเหนือ US$60 ต่อบาร์เรลอีกครั้ง แต่กลุ่มนี้อาจไปต่อได้อีกไม่มากเนื่องจากปรับขึ้นมาแล้วเฉลี่ย 12% จากสัปดาห์ก่อนเริ่มสวนทางกับราคาน้ำมันดิบที่แค่ทรงตัว อาจมีแรงขายทำกำไรย้ายเข้ากลุ่มนำตลาดอื่นโดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ สื่อสารและรับเหมาก่อสร้าง ภาพรวมเชื่อว่าแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนสถาบันยังสนับสนุนหุ้นขนาดใหญ่ตลอดสัปดาห์นี้จนถึงสิ้นปี ส่วนแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศเริ่มลดลงเนื่องจากเข้าสู่เทศกาลวันหยุด ทางเทคนิคเรามองว่า SET ยังอยู่ในรูปแบบ Island Reversal เป็นสัญญาณขาขึ้นระยะสั้นอยู่ และมีโอกาสที่จะขึ้นไปทดสอบ 1,550 จุด ตาม 76.4% Fibonacci จนถึงปิด Gap บริเวณ 1,560 จุด เว้นแต่จะกลับลงมาปิดต่ำกว่า 1520 จุดจะยกเลิกรูปแบบขาขึ้น

- กลยุทธ์การลงทุน เก็งกำไรระยะ 1-2 วัน ให้ดูที่ SET เป็นหลัก หาก SET เปิดกระโดดแนะนำ “ทยอยขายทำกำไร” แต่ถ้า SET ปรับตัวลงมาต่ำกว่า 1530 จุดหาจังหวะซื้อลงทุน ระวังแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มพลังงาน

- Top Daily Pick : ITD (หนึ่งในผู้เล่นที่มีโอกาสได้งานโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่จะมีความคืบหน้าไปจนถึงต้นปีหน้า รวมถึงโครงการทวายและอื่นๆในต่างประเทศที่จะสนับสนุนการเติบโตระยะยาว) / SIM (คาดผลประกอบการ 4Q57 เติบโดดเด่นทั้ง QoQ และ YoY จากคำสั่งซื้อ Big Lot ส่วนแนวโน้มปี 58 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องตามตลาด Smart phone ยังอยู่ในแนวโน้มการเติบโต)

- Technical Pick : SCB TTA HEMRAJ FSMART INTUCH

- Theme Play : TTA เพิ่มทุนแจกวอแรนท์สนับสนุนการเติบโตจากการซื้อกิจการ /BCP มีมูลค่าแฝงจากโครงการ Solar Farm ที่มีโอกาสถูก unlock value BBL (ถูกสุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่) สื่อสาร (ADVANC INTUCH) ผลประกอบการปี 58 จะกลับมาโตชัดเจนจากต้นทุนดำเนินงานลดลง /TUF การเข้าซื้อกิจการ Bumble Bee ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมีนัย กลุ่มรับเหมาฯ (CK ITD STEC UNIQ) ได้ประโยชน์จากภาครัฐเร่งผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ /PS ราคาหุ้นยังฟื้นตัวช้าสุดในกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย

- รายงานวันนี้

Update : SPALI (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 32.70 บาท) ปรับประมาณการเพิ่มหลังยอดขายและรายได้ดีกว่าที่คาด

Update : TOP (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 50 บาท) คาด 4Q57 ขาดทุนเพิ่ม

Comment : PTTEP (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 132 บาท) มีมุมมองเป็นบวกต่อแผนลงทุนระยะยาว

Fundamental Talk

- เป้าหมาย SET สูงสุดปีหน้าอยู่ที่ 1594 จุด

•ทางปัจจัยพื้นฐาน เราได้ปรับลดเป้าหมายของ SET ปี 58 ลง 6% จากเดิมที่ 1688 จุด มาอยู่ที่ 1594 จุด จากการปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตกำไรต่อหุ้นของ SET ปี 58 ลงจากขยายตัว 16% เหลือ 6% หรือคิดเป็น EPS 100 บาท หลังจากนักวิเคราะห์ปรับลดประมาณการกำไรหุ้นในกลุ่มพลังงานลง โดยใช้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยใหม่ที่ US$65 ต่อบาร์เรล ลดลงจาก US$90 ต่อบาร์เรล จากสมมติฐานเดิม ทางเทคนิค SET อยู่ในช่วงรีบาวน์แต่ยังอยู่ในทิศทางขาลงเพื่อขึ้นไปทดสอบ Gap 1560 จุด หากผ่านไปได้จะขึ้นไปทดสอบ 1600 จุดต่อไป และหากผ่านได้อีกถือว่า SET ได้กลับเข้าสู่ทิศทางขาขึ้น อย่างไรก็ตามเรามองโอกาสสูงที่ SET จะจบรอบรีบาวน์ที่ 1560 จุด เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงาน (18% มูลค่าตลาด) ได้รีบาวน์จากจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.มาแล้วกว่า 10 - 20% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent กำลังทดสอบจุดต่ำสุดบริเวณ US$58 ต่อบาร์เรล และยังไม่มีสัญญาณการผ่านจุดต่ำสุด

•แนวโน้ม SET ไตรมาสแรก เราคาด SET จะอยู่ในช่วงปรับฐานใน 1Q58 โดยอาจปรับลงมาถึง 1430 จุด (23.6% Fibonacci) ในกรณีดีสุด SET อาจลงมาปิด Gap บริเวณ 1490 - 1500 จุดก็ได้ ขึ้นกับทิศทางราคาน้ำมันดิบ, ผลตอบสนองต่อผลประกอบการปี 57 ที่จะประกาศปลายก.พ., การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการส่งออก และสถานการณ์ในรัสเซีย (หากมีการออก Capital Control จะถือเป็นข่าวร้าย) แต่จะกลับมาฟื้นตัวใน 2Q58 โดยมีโอกาสขึ้นทดสอบ 1600 จุดอีกครั้ง จากราคาหุ้นที่น่าจะเริ่มสะท้อนการเติบโตของผลประกอบการปี 2558 และความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและภูมิภาคจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ถูกลง

•ความท้าทายของปีหน้า คือ ทิศทางราคาน้ำมันดิบที่จะส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและ SET เราตั้งข้อสงสัยว่าราคาน้ำมันดิบยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากผลประโยชน์และการเมือง ที่ประเทศสมาชิก OPEC บางประเทศต้องการกำจัดแผนขยายกำลังการผลิตของผู้ผลิต Non-OPEC ที่มีต้นทุนการผลิตสูงกว่า ซึ่งหากเป็นไปตามข้อสงสัยของเรา อาจได้เห็นราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับต่ำไปอีกสักระยะหนึ่ง

•ประเด็นที่อาจเป็นบวก แม้นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายกลางปีหน้า แต่เราไม่วิตกต่อประเด็นนี้ เนื่องจากเรามองว่าภาวะการจ้างงานและเงินเฟ้อยังคงห่างไกลจากเป้าหมายของ Fed ข้อมูลล่าสุดเดือน พ.ย. อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 5.8% สูงกว่าช่วงก่อนปี 2551 ที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 5% แสดงถึงภาคแรงงานสหรัฐยังคงขยายตัวไม่เต็มศักยภาพ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อลงมาที่ 1.3% ต่ำกว่าระดับเฉลี่ย 3 เดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 1.7% และ ต่ำลงกว่าเป้าหมายของ Fed ที่ 2% เราจึงมองความเป็นไปได้ที่ Fed อาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายออกไปจนถึงสิ้นปี 2558 และจะเป็นปัจจัยบวกต่อจิตวิทยาการลงทุนในช่วง 2H58