วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

SET จะแกว่งตัวขึ้นทดสอบ 1550 จุด

SET View

- แนวโน้ม SET จะแกว่งตัวเพื่อขึ้นทดสอบ 1550 จุด มองกรอบเคลื่อนไหว 1525-1550 จุด จากปัจจัยผสมผสาน (1) น้ำมันดิบ Brent ปรับลงมาทดสอบจุดต่ำสุดเดิมแถว US$58 ต่อบาร์เรล อาจมีแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มพลังงาน (2) ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้นกว่า 154 จุด (+0.87%) เตรียมขึ้นทดสอบจุดสูงสุดเดิม (3) ความคาดหวังเชิงบวกต่อเม็ดเงิน LTF และ Trigger Fund เข้าตลาดสัปดาห์นี้ ล่าสุดนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิต่อเนื่อง 5 วันทำการแล้วกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท ขณะที่แรงขายจากนักลงทุนต่างชาติคาดว่าจะชะลอลงไปในสัปดาห์นี้เนื่องจากใกล้ช่วงวันหยุดยาว (4) ทางเทคนิค SET เกิดรูปแบบ Island Reversal เป็นสัญญาณขาขึ้นระยะสั้น มีเป้าหมายทางเทคนิคบริเวณ 1550 จุด ตาม 76.4% Fibonacci อย่างไรก็ตามหากปิดต่ำกว่า 1520 จุดเป็นสัญญาณพักตัว

- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน หากเปิดกระโดด ทยอยขายทำกำไร หากย่อลงแต่ไม่หลุด 1520 จุด หาจังหวะเข้าลงทุน

1)Top Daily Pick : TOG (คาดผลประกอบการจะฟื้นตัวใน 4Q57 จากปัจจัยฤดูกาลที่ลูกค้าเพิ่มคำสั่งซื้อรองรับการขายช่วง 1H58 แผนการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนและการขยายตลาดต่างประเทศยังสนับสนุนการเติบโตปี 58 กอรปกับให้อัตราผลตอบแทนปันผลจูงใจราว 6%) WORK (จำนวนผู้ชมและ rating มีแนวโน้มดีขึ้นเกือบทุกเดือน เพิ่มโอกาสปรับขึ้นค่าโฆษณา ขณะที่การดึงรายการช่อง 5 และ 9 มาออกใน WORKPOINT TV ส่งผลให้ฐานรายได้เพิ่มขึ้น)

2)Technical Pick : ITD GEL ECL JSP AOT

3)Theme Play : กลุ่มนำตลาดทั้ง พลังงาน (PTT PTTEP PTTGC) ที่คาดฟื้นตัวตามราคาน้ำมันดิบ ธนาคารขนาดใหญ่ (BBL KBANK KTB SCB) สื่อสาร (ADVANC INTUCH DTAC) คาดเป็นเป้าหมายการเข้าซื้อของนักลงทุนสถาบัน กลุ่มอาหารส่งออก (TUF CPF GFPT) ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าและต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวลง กลุ่มรับเหมาฯ (CK STEC) ได้ประโยชน์จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่จะมีความคืบหน้าจากภาครัฐเป็นระยะ กลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย (SPALI AP PS) ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กลุ่มค้าปลีก/ร้านอาหาร/เครือข่าย (BIGC CPALL M KAMART) จากแนวโน้มการฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ

- รายงานวันนี้

Update : IRPC (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 3.40 บาท) คาด 4Q57 ขาดทุน

Update : PTTGC (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 62 บาท) เชื่อปี 58 จะกลับมาฟื้นตัว

Fundamental Talk

- ดีล Bumble bee เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของ TUF

•TUF ประกาศเข้าซื้อกิจการ ด้วยการซื้อหุ้น 100% ของ Bumble Bee Seafood ผู้ผลิตอาหารทะเลสำเร็จรูปอันดับสองในสหรัฐและเป็นอันดับหนึ่งในแคนนาดา ที่ตราสินค้ามีอายุกว่า 115 ปี ด้วยเงินสดจำนวน US$1.51 พันล้านหรือราว 5 หมื่นล้านบาท กำหนดซื้อขายเสร็จภายในปลายปี 2558 โดยใช้แหล่งเงินทุนจากกู้ยืมเงินสถาบันการเงินในไทยสองแห่ง (Bridge Loan)

•การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะเป็นผลดีต่อ TUF คือ (1) ด้วยราคาซื้อที่ 10.4xEV/EBITDA ใกล้เคียงกับเฉลี่ยกลุ่มอาหารในสหรัฐที่ราว 9.6 เท่า และต่ำกว่า EV/EBITDA ของ TUF ที่ 14.6 เท่า ถือว่าไม่แพง (2) หนุนการเติบโตแบบ Inorganic โดยยอดขายหลังควบรวมจะเพิ่มราว 28% และทำให้ TUF รุกเข้าสู่ตลาดในแคนนาดาและอเมริกามากขึ้น (3) Bumble bee มีหน่วยจัดหาวัตถุดิบอาหารทะเลในแหล่งสำคัญเกือบทั่วโลกซึ่งจะทำให้การผลิต/ขนส่งของทั้งกิจการ สะดวกและประหยัดมากขึ้น อีกทั้งยังมี synergy อื่นๆอีกโดยทางฝ่ายบริหารคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าของการ synergy รวมได้ราว US$30 ล้านต่อปี ภายใน 3 ปีข้างหน้า (4) หลังจากควบรวมงบแล้วจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเนื่องจาก EBITDA margin ของ Bumble bee ที่ 10% สูงกว่าของ TUF ที่ 8% และเป็นการขยายฐานทุนและ EBITDA ทำให้มีความมั่นคงมากขึ้น ในอนาคตจะสามารถกู้ยืมได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงและมีความสามารถในการซื้อกิจการอื่นที่ใหญ่ขึ้นไปอีกได้

•ปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ (1) ความเป็นไปได้ในการเพิ่มทุนเนื่องจากแผน Refinance ปัจจุบันยังไม่ชัดเจน โดยในขั้นต้น TUF จะใช้เงินกู้ยืมระยะสั้น (Bridge loan) ที่ทางบริษัทให้ความมั่นใจว่าได้อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่ำราว 4% แต่หลังจากดีลสำเร็จเราประเมินว่ามีความเป็นไปได้ที่จะต้องกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยตลาดที่สูงขึ้นหรืออาจต้องเพิ่มทุน โดยอัตราส่วน D/E (นับเฉพาะหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย) จะเพิ่มจากปัจจุบัน 1 เท่า ไปเป็น 1.5 เท่าเกินเป้าหมายของบริษัท หากต้องการลด D/E กลับมาที่ 1 เท่าคาดว่าอาจต้องเพิ่มทุนราว 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น Dilution Effect ราว 10% แต่เราก็มองว่าเป็นผลดีเนื่องจากกำไรส่วนเพิ่มจาก Bumble bee (เพิ่ม top line 28% ในขณะที่ margin ดีกว่าธุรกิจเดิมของ TUF) จะมีนัยสูงกว่า Dilution Effect จากการเพิ่มทุน (2) ความสำเร็จของดีลนี้ เนื่องจากเป็นดีลขนาดใหญ่มากและมีรายระเอียดทางกฎหมายที่หน่วยงานกำกับดูแลทั้งไทยและสหรัฐ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ US Antitrust จะต้องพิจารณามาก สะท้อนจากการที่ดีลใช้เวลานาน

การที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมาวันก่อนสะท้อนการขายทำกำไร (Sell on fact) ต่อข่าวนี้ไปแล้ว (สังเกตจากราคาก่อนประกาศ ดีดตัวขึ้นหวือหวาในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา) จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาวทยอยเข้าซื้อสะสม ประเมินการ M&A ครั้งนี้จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวได้มาก อีกทั้งเรายังชอบการที่ TUF จะมีสัดส่วนในตลาดสหรัฐมากขึ้นและลดสัดส่วนทางยุโรปที่ปัจจุบันแนวโน้มเศรษฐกิจทางสหรัฐอยู่ในขากำลังฟื้นตัวดี นอกจากสนันสนุนการเติบโตยังช่วยกระจายความเสี่ยง Geographical risk เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และมูลค่าเหมาะสมที่ 92.25 บาท