ประเทศพม่าเป็น "ตลาดใหม่" ที่น่าสนใจในภูมิภาคนี้ โดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
บริษัทต่างๆ มุ่งลงทุนในพม่าเป็นจำนวนมาก รวมถึง "ดีเคเอสเอช" ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการขยายตลาด ที่เป็นเสมือนตัวกลางบริหารจัดการ ระหว่างลูกค้า "ผู้ผลิต" และ "ช่องทางจำหน่าย" มีแผนขยายตลาดในพม่าด้วยเช่นกัน
วารุณ เศรษฐี ผู้จัดการทั่วไป หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศพม่า) จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เปิดตัวศูนย์กระจายสินค้าหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ หรือ กลุ่มเฮลธ์แคร์ แห่งใหม่ ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า มีพื้นที่กว่า 2,200 ตร.ม. ยังสามารถขยายพื้นที่ได้ถึง 5,000 ตร.ม. ภายในบรรจุแท่นวางสินค้า 500 แพลเล็ต (Pallet) รองรับได้มากสุด 800 แพลเล็ต
รองรับการเติบโตของธุรกิจในพม่า ซึ่งมีความต้องการด้านยาและเวชภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการกระจายสินค้าแก่ลูกค้าในพม่า 28,300 ราย ประกอบด้วย โรงพยาบาล คลินิก ร้านค้าปลีกขายยาต่างๆ
ธุรกิจในพม่ามีการขยายตัวสูง ด้วยประชากรกว่า 51 ล้านคน มีการเติบโตของกลุ่มชนชั้นกลางทำให้ผู้บริโภคพม่ามีกำลังซื้อมากขึ้น มีความต้องการเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
"ความต้องการด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในพม่ายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยด้านภูมิอากาศที่หลากหลาย อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงต้องการกลุ่มยาป้องกันการติดเชื้อ และยาปฏิชีวนะอยู่มาก หรือแม้กระทั่งในไทย หรือฮ่องกง ได้เห็นความต้องการใช้ยารักษาที่หลากหลายและมีสรรพคุณพิเศษมากขึ้น"
ทั้งนี้ มูลค่าตลาดรวมของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในพม่า มีมูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาท เติบโต 15-20% ต่อปี คาดว่า ในปี 2560 ตลาดมีมูลค่าสูง 32,000 ล้านบาท
ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจของพม่า สถาบันเศรษฐกิจต่างๆ คาดการณ์ว่า ในปีนี้ ต่อเนื่องถึงเดือน มี.ค. 2558 จีดีพีขยายตัว 7.8% จากการเข้ามาลงทุนของกลุ่มทุนต่างๆ ในพม่ามากขึ้น
"ยังมีความท้าทายในการดำเนินงานในพม่า คือ สภาพแวดล้อม สินค้าชายแดนและช่องทางขายที่ค่อนข้างมีความซับซ้อน การทำธุรกรรมค้า-ขายในรูปแบบเงินสดเท่านั้น ตลอดจนเส้นทางการคมนาคม หลังเปิดประเทศเริ่มเกิดสภาพการจรจรติดขัด เป็นโอกาสของดีเคเอสเอชในการทำงานร่วมกับท้องถิ่นในการให้บริการการขยายตลาดแก่กลุ่มลูกค้า"
การจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทในเมืองต่างๆ อาทิ ย่างกุ้ง ตองยี และมะละแหม่ง หรือเมาะลำไย พร้อมบริการขนส่งสินค้าด้วยยานพาหนะ และการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีทันสมัยจะเพิ่มความมั่นใจต่อธุรกิจของดีเคเอสเอชในการขยายตลาดมากขึ้น ภายใต้ทีมงานที่เชี่ยวชาญ ซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง
ดีเคเอสเอช ก่อตั้งในพม่ามานานกว่า 20ปี มีพนักงาน 1,600-1,700 คน ปัจจุบันมีจำนวนคู่ค้าเลือกใช้บริการด้านการขยายตลาดผ่านดีเคเอสเอช กว่า 78 ราย โดยบริษัทให้บริการ 4 หน่วยธุรกิจ ได้แก่ สินค้าอุปโภค-บริโภค ผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
ชาลส์ เอ็ดเวิร์ด ทูมี่ ประธานอำนวยการหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ คณะผู้บริหาร บริษัท ดีเคเอสเอช จำกัด กล่าวว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) สร้างโอกาสในการขยายตลาดในภูมิภาคนี้ให้เติบโตมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันต้องเตรียมพร้อมรับมือการแข่งขันในตลาดที่จะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
"ช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ไทยยังรุกขยายตลาดต่อเนื่อง แม้ช่วงที่ผ่านมา มีความท้าทายในการดำเนินงาน และเศรษฐกิจไทยเติบโตไม่รวดเร็ว แต่ตลาดก็ยังเติบโต"
ยอดขายจาก "ไทย" เป็นตลาดหลักใหญ่สุด สัดส่วน 34% ตามด้วย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน รวม 29.6% มาเลเซีย สิงคโปร์ 20.8% เป็นต้น
โดยผลประกอบการดีเคเอสเอชรวมทั่วโลกครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มียอดขาย 5,071.8 ล้านฟรังก์สวิส หรือราว 1.74 แสนล้านบาท เติบโต 6.7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีสัดส่วนยอดขายจากผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 46.4% สินค้าอุปโภค-บริโภค 41.8% ผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบอุตสาหกรรม 8.3% และเทคโนโลยี 3.5% ขณะที่ปี 2556 ปิดยอดขาย 9,600 ล้านฟรังก์สวิส หรือ 3.3 แสนล้านบาท









