วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อสมท'ปรับผัง-ลดใช้จ่าย'

อสมท รุกปรับองค์กร ผังรายการ เล็งดึงรายการวิทยุออกหน้าจอสร้างรายได้เพิ่ม

เดินหน้าลดความขัดแย้งบุคลากร หวังฟื้นธุรกิจปีหน้า เผย ครม.อนุมัติงบลงทุนกว่า 3.2 พันล้าน ด้านปัญหาลูกค้าจอดำ พร้อมเยียวยาตามเกณฑ์ กสทช.

นายศิวะพร ชมสุวรรณ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบลงทุนของช่องในปีหน้า 3,282 ล้านบาท โดยมาจากงบประจำปี 342 ล้านบาท และงบผูกพัน อีก 2,940 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ใช้กันสำรองจ่ายค่าประมูลช่องรายการ 2 ช่อง ซึ่งจะให้สามารถบริหารงานเชิงรุกได้มากขึ้น

"ในช่วงที่ผ่านมา ผลจากการแข่งขันของธุรกิจทีวีที่รุนแรง ภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศไม่ดีนัก ส่งผลต่อการใช้งบโฆษณาในสื่อทีวี รวมถึงการเกิดขึ้นของช่องทีวีดิจิทัล ทำให้เกิดการกระจายรายได้โฆษณาออกไป อีกทั้ง อสมท ขาดผู้นำเข้ามานำแนวทางกว่าครึ่งปี จึงทำให้ภาพรวมการดำเนินงานชะลอตัวไปมาก"

ทั้งนี้ได้กำหนดนโยบายแผนงานในเชิงรุกสำหรับปีหน้า โดยเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนจากภายในองค์กร ทั้งการเรียกขวัญและกำลังใจพนักงาน การสร้างทัศนคติการทำงานใหม่ เพื่อรองรับการแข่งขันที่รุนแรงยิ่งขึ้น ตลอดจนขจัดความขัดแย้งภายในองค์กรให้เร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน จะต้องปรับกลยุทธ์การทำงาน หลังจากที่พันธมิตรผู้จัดรายการเริ่มถอนรายการออกไป ทำให้ อสมท วางแผนเป็นผู้จัดและผลิตคอนเทนท์เองมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะหาทางสร้างรายได้เพิ่มจากธุรกิจใหม่ๆ เช่น การจัดงานอีเวนท์ คอนเสิร์ต โชว์บิซ ต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ จะปรับผังรายการให้ดีขึ้น ให้เหมาะสมตรงความต้องการผู้ชม รวมถึงมีนโยบายมุ่งเน้นการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น การพัฒนารายการวิทยุมาเป็นอีกรายการใหม่ในทีวีควบคู่กันไป เช่น การนำรายการลูกทุ่งในคลื่นวิทยุ95 และรายการกีฬา คลื่น 99 มาจัดเป็นรายการทีวี

นายศิวะพร กล่าวว่า การปรับคอนเทนท์ที่ออกอากาศในปีหน้า จะเข้มข้นมากขึ้น ทั้งข่าว รายการ เกมโชว์ และยังมีพันธมิตรผู้จัดร่วมกับช่องรายเดิมยังคงร่วมงานกันอยู่ อาทิ ทีวีบูรพา โพลีพลัส กันตนา ขณะที่อัตราค่าโฆษณายังไม่มีแผนปรับลดแต่อย่างใด โดยปัจจุบันอัตราค่าโฆษณาของช่อง อยู่ที่ 200,000 บาทต่อนาที ส่วนช่วงเวลาไพรม์ไทม์ อยู่ที่ 450,000 บาทต่อนาที

“ผังช่อง 9 วันนี้ ควรจะนิ่งได้แล้ว เพราะถ้าผังฯนิ่งก็จะหาสปอนเซอร์ได้ง่ายขึ้น ต่างจากในอดีตที่ผังค่อนข้างถูกแทรกแซงตลอดเวลา”

ขณะที่ภาพรวมเรทติ้งช่อง ตั้งเป้าหมายให้ช่องเอ็มคอท แฟมิลี่ ติดอันดับ 1 ใน 7 ช่องที่ได้รับความนิยมจากผู้ชม โดยขณะนี้พบว่าปรับตัวดีขึ้น และสูงกว่าช่องเวิร์คพอยท์

สำหรับสัดส่วนรายการของช่องในปัจจุบัน แบ่งเป็น ข่าว 29% สาระบันเทิง 28% บันเทิง 26% กีฬา8% และอื่นๆ 9% โดยในปีหน้าแต่ละสัดส่วนรายการจะยังคงใกล้เคียงกับในปีนี้

อสมท คาดว่าการปรับเปลี่ยนแผนงานต่างๆ จะทำให้ภาพรวมรายได้และกำไรในปีหน้าดีขึ้น ส่วนภาพรวมผลประกอบการในช่วง 3 ไตรมาสของปีนี้ ทำได้ประมาณ 3,300 กว่าล้านบาท และมีกำไร 450 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมปี 2556 อยู่ที่ประมาณ 5,900 ล้านบาท

สำหรับสัดส่วนรายได้ในปัจจุบัน แบ่งเป็น รายได้จากทีวี ราว 56% วิทยุ 16% ธุรกิจที่ร่วมทุนกับช่อง 3 และทรู 16% นิวมีเดีย 7% และอื่นๆ 5%

อย่างไรก็ดี ในฐานะที่ อสมท เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนาย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จึงได้รับการฝากนโยบายไว้ให้ปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็น ค่านิยม 12 ประการ การทำอย่างไรให้ อสมท กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม รวมถึงการขอให้ช่องนำเสนอรายการดีๆแก่เด็ก และเยาวชน โดยแนวทางดังกล่าวจะช่วยส่งผลให้ภาพรวมองค์กรกลับมาพลิกฟื้นดีขึ้นได้

นายศิวะพรกล่าวว่า ด้านภาพรวมงบลงทุนโครงการให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล และให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ของ อสมท รวมกว่า 1,960 ล้านบาทนั้น อยู่ในกระบวนการจัดซื้อ-จัดจ้างแล้ว และได้กำหนดเปิดซองประมูล เฟส 2 ในวันที่ 29 ธ.ค.ที่จะถึงนี้

ส่วนการเยียวยาลูกค้าสถานี 3 ราย จากปัญหาจอดำ บริษัทจะดำเนินตามแผนงานตามเกณฑ์ที่กสทช. ได้กำหนดไว้ โดยจะคิดค่าบริการเฉพาะพื้นที่ที่ออกอากาศ ไม่คิดค่าบริการในช่วงระยะเวลาที่เกิดปัญหาจอดำ ตลอดจนการช่วยประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องพื้นที่การแพร่ภาพการออกอากาศให้ลูกค้า

ขณะที่แผนพัฒนาที่ดิน 50 ไร่ จะนำกลับมาศึกษาใหม่ โดยต้องศึกษาเพื่อพัฒนาให้เกิดมูลค่าภายในระยะเวลาทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเบื้องต้น จะใช้เวลาในการศึกษาประมาณ 12 เดือน และคาดว่าจะเริ่มดำเนินแผนดังกล่าว หรือได้ข้อสรุปในปี 2559