วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

IFEC - ซื้อ

ลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนต่างประเทศ

ประเด็นการลงทุน

เรามีมุมมองเชิงบวก หลังเข้าเยี่ยมชมโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ร่วมกับ ผู้บริหารระดับสูง จากทาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ IFEC ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อ 11-12 ธค. ที่ผ่านมา โดยปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้นจะมาจาก 1) IFEC เตรียมลงทุน โรงไฟฟ้าในเกาหลีใต้ เกาะ Je-Ju กำลังผลิตไฟฟ้าขนาด 33MW ซึ่งได้ขายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วตั้งแต่ปี 2009 (เบื้องต้นเราคาดจะรับรู้รายได้ 20% ก่อน จากส่วนที่โอนมาจาก ดร.สุเมธ ผู้บริหาร Green growth) และมีโอกาสรับรู้รายได้เพิ่มหลังกำหนดสัดส่วนร่วมลงทุนช่วงปลายเดือน มีค. โดยจะมีการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม นอกชายฝั่งขนาด 100 MW ที่จะเริ่มขายไฟปี 2019 ซึ่งทั้งหมดเป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทน IRR สูงกว่า 30% สูงกว่าในไทยมาก (ขณะที่ Adder เกาหลีใต้อยู่ที่ 9 บาทขึ้นไป สัญญาเฉลี่ย 15 ปี) 2) เราคาดจะมีการร่วมมือกับ กลุ่ม LG ในการทำตลาด “ระบบบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงในอาคาร (คล้ายๆ Smart grid)” โดยจะแต่งตั้งให้ IFEC เป็นตัวแทนในประเทศไทย

ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในกัมพูชา (คาดประกาศต้นสัปดาห์หน้า) จะได้สัญญาขายไฟ 20 MW ที่ 9-10 บาท และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่กลางปี 2015 ซึ่งยังมีโครงการที่จะพัฒนาต่อในกัมพูชาอีกมากกว่า 80MW เราคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 17 บาท (มีโอกาสที่ราคาหุ้นจะขึ้นตาม Sensitivity ที่เราศึกษาที่ 20-25 บาท ตามต้นทุนทางการเงินที่ถูกลงกว่าคาด)

โครงการลงทุนพลังงานลมมีความคืบหน้า แหล่งเงินทุนพร้อม

Update สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศ ทั้งที่ปากพนัง และเกาะใหญ่ (กำลังผลิตรวมราว 200 MW) ยังดำเนินการต่อไปตามแผน โดยล่าสุดได้ GOLDWIND ดำเนินการติดตั้งกังหันลมให้ (GOLDWIND เป็นผู้ผลิตกังหันลมรายใหญ่ของโลก ซึ่งจะยอมขายกังหันลมให้ต่อเมื่อโครงการนั้นมีกำลังลมแรงพอผลิตไฟฟ้าเป็นที่แน่ชัดแล้วเท่านั้น)

ในส่วนการลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ บริษัทฯจะได้รับเงินสนับสนุนทั้งจาก Shinhan Bank (สำหรับโรงไฟฟ้าในเกาหลีใต้), Asian development bank (โรงไฟฟ้าในกัมพูชา) ซึ่งเป็นแหล่งเงินกู้ที่ให้อัตราดอกเบี้ยถูกมากเฉลี่ย 0-2% ซึ่งดีกว่า Project finance ทั่วไปในประเทศที่ 5-7% โดยผู้สนับสนุนทางการเงินยื่นข้อเสนอ D/E ที่ 8-9/1 (ให้กู้ได้ถึง 90%)

คาดรัฐฯประกาศรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มต้นปีหน้า

จากการสอบถาม ผู้บริหารระดับสูงของ กฟผ. และ กฟภ.ที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ เผยว่าทางภาครัฐฯต้องการจะจัดระเบียบ PPA ใหม่ และกำหนด Adder หรือ FIT ให้เหมาะสม ก่อนจะออกแผนฉบับใหม่ต้นปีหน้า โดยจะเพิ่มการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานลม จาก 1800MW เป็น 3500MW และจะเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนอื่นๆ เช่น โรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งเราเห็นว่า IFEC ได้แสดงความพร้อมในการลงทุนพลังงานไฟฟ้าทดแทนทุกด้าน และ ด้วยแหล่งเงินทุน บวกกับบุคลากรทีมงาน ดร.สุเมธ (Green growth) และ พันธมิตรในต่างประเทศที่สนับสนุน คาด IFEC จะเป็นบริษัทฯที่ได้ประโยชน์จากการปรับแผนผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่มากที่สุดในหุ้นกลุ่มพลังงานไฟฟ้าทดแทน

คงคำแนะนำ ซื้อ คาดราคาหุ้นมีโอกาสขึ้นถึง 20-25 บาท ตามการศึกษา Sensitivity หลังจาก M&A สำเร็จ

เรายังคงประมาณการกำไร และคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 17 บาท (มีโอกาสที่ราคาหุ้นจะขึ้นตาม Sensitivity ที่เราศึกษาที่ 20-25 บาท ตามต้นทุนทางการเงินที่ถูกลง จากการ M&A และ Project IRR ในต่างประเทศ ที่ดีกว่าคาด) สำหรับแนวโน้ม 1Q15 คาดบริษัทฯจะมีรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ปัจจุบัน 12MW บวกกับการซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มอีก 18MW รับรู้รายได้ทันทีที่ซื้อ และรายได้บริการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าพลังงานลมในโครงการพระราชดำริ (คาดตกปีละ 10 ล้านบาท)