ราคาหุ้นลดลงตามภาวะตลาดเป็นโอกาสเข้าลงทุน
Same Store Growth พลิกเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส
ยอดขายร้านอาหารในเครือ M ฟื้นตัวต่อเนื่องจากฐานต่ำของปีก่อนที่เกิดผลกระทบจากการเมืองขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มฟื้นตัว โดยอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same Store Growth) ล่าสุดในเดือน พ.ย. ของ MK Suki กลับมาเป็นบวก 4% YoY ขณะที่ Yayoi เติบโตต่อเนื่องอีก 4% YoY นอกจากนี้ M ยังเปิดสาขา MK Suki 9 สาขา และ Yayoi 4 สาขา ทำให้ยอดขายรวมของ MK Suki และ Yayoi เติบโตสูงจากปีก่อน จากปัจจัยดังกล่าวทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิ 4Q57 ของ M จะเพิ่มขึ้นเป็น 543 ล้านบาท ทำให้เราปรับประมาณการกำไรปี 2557 ขึ้นจากเดิมเล็กน้อย 6% เป็น 1.9 พันล้านบาท
คาดปี 58 กำไรพลิกกลับมาเติบโต 14% YoY
ถึงแม้ว่าจะมีสาขาร้านอาหารในเครือกว่า 567 สาขา (สิ้น 3Q57) แต่ M มีนโยบายการขยายสาขาร้านอาหารในประเทศปีละ 60 - 70 สาขา แบ่งเป็น MK Suki 30-35 สาขา/ปี Yayoi 20 สาขา/ปี และแบรนด์ใหม่ Miyazaki 10-15 สาขา/ปี โดยเน้นเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัด 70% เราคาดปีหน้าที่คาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจในประเทศจะฟื้นตัว 3.5 - 4.5% ประกอบกับการเปิดสาขาใหม่ และ ขึ้นราคาอาหาร (~4% ทุกปี) จะทำให้ยอดขายปี 2558 จะเติบโต 10% YoY เป็น 1.6 หมื่นล้านบาท และคาดกำไรสุทธิเติบโต 14% YoY เป็น 2.2 พันล้านบาท ทั้งนี้ ภายใต้สมมติฐานการขยายสาขาข้างต้น เราคาดในช่วง 5 ปีข้างหน้า (ปี 2558 - 2562) อัตราการเติบโตของยอดขายและกำไรสุทธิเฉลี่ยที่ 10% YoY และ 13% YoY ตามลำดับ
กำไรมีโอกาสเติบโตกว่า 50% จากการเข้าซื้อกิจการ
M ยังคงมองหาโอกาสในการเข้าซื้อกิจการร้านอาหารเพื่อสร้างการเติบโตนอกเหนือจากการขยายสาขาของร้าน MK สุกี้ และ Yayoi โดย ณ สิ้น 3Q57 M มีเงินสด เงินลงทุนชั่วคราว และเงินฝากประจำ รวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท หากประเมินภายใต้อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ของ M ที่ 12 - 13% หากนำเงินสด เงินลงทุนชั่วคราว และเงินฝากประจำ ไปซื้อกิจการทั้งหมดจะทำให้ M มีกำไรเพิ่มอีกปีละกว่า 1.2 - 1.3 พันล้านบาท/ปี หรือคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นราว 50% ของกำไรในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ด้วยนโยบายการบริหารอย่างอนุรักษ์นิยมของ M ทำให้เราคาดว่าการซื้อกิจการจะเป็นลักษณะทยอยลงทุน (ไม่ใช้ทั้งหมดทีเดียว)
ราคาหุ้นซื้อขายที่ PE เพียง 21 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 25 เท่า
เราเพิ่มน้ำหนักคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “เก็งกำไร” เนื่องจากช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหุ้นมีการปรับตัวลงตามภาวะตลาดในขณะที่ปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยน (มีโอกาสได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลงทำให้ต้นทุนการกระจายวัตถุดิบไปยังสาขาต่ำลงด้วย) นอกจากนี้ เรามีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2557-59 เล็กน้อย 3-6% และปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมขึ้นจากเดิม 3% เป็น 66.20 บาท (PE ปี 58 ที่ 25 เท่า, ไม่รวมค่าใช้จ่ายสำรอง ESOP) เนื่องจากการปรับเพิ่มราคาอาหารในเดือน ส.ค. ทำให้อัตราการทำกำไรดีกว่าคาด โดยมองว่า M มีความน่าสนใจจากผลการดำเนินงานที่มั่นคงและมีโอกาสเติบโตก้าวกระโดดจากการซื้อกิจการ









