วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดัชนีหุ้นผันผวนกดดัน'ตลาดไอพีโอ'

โบรกเกอร์รับกังวลหุ้นไอพีโอ ถูกกดดันจากภาวะตลาดผันผวน แต่มั่นใจหากปัจจัยพื้นฐานดี ยังช่วยดึงดูดนักลงทุนได้

จากสถานการณ์ของดัชนีหุ้นไทยช่วง 6 วันทำการที่ผ่านมา ปรากฏว่า ดัชนีปรับตัวลดลงไปต่ำสุดกว่า 220 จุด หรือ 14% ซึ่งเป็นผลมาจากแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงาน ธนาคารพาณิชย์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ

นายอิสสระ หวั่งหลี ผู้จัดการสายงานวาณิชธนกิจ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นไอพีโอ หรือหุ้นที่จะเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกช่วงนี้ จะโดนกดดันจากภาวะของตลาดหุ้น ที่ปรับตัวลดลงแรง แต่หากบริษัทที่ต้องการจะระดมทุนผ่านไอพีโอเหล่านั้น มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี เชื่อว่านักลงทุนจะยังคงให้ความสนใจ และเมื่อเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นวันแรก ก็ไม่คิดว่าราคาหุ้นจะลดต่ำลงกว่าราคาไอพีโอ

“สำหรับความน่าสนใจของหุ้นไอพีโอนั้น นอกจากเรื่องปัจจัยพื้นฐานของบริษัทแล้ว หากหุ้นไอพีโอมีราคาจองซื้อที่น่าสนใจ จะช่วยให้นักลงทุนให้ความสนใจดังเช่นที่ผ่านมา และสามารถจำหน่ายหุ้นได้ตามความต้องการของบริษัท” นายอิสสระ กล่าว

ด้าน ม.ล.ทองมกุฎ ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า บริษัทมีความกังวลอยู่บ้างกับภาวะตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นในหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ที่ปรับตัวลงแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าจะกดดันและกระทบกับภาวะของหุ้นไอพีโอ ก่อนหน้านี้ค่อนข้างที่จะมีทิศทางเชิงบวก หากบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี จะเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในหุ้นไอพีโอตามปกติ

“แม้ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวลงมาแรงในช่วงที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าพื้นฐานหุ้นไทยยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง โดยปัจจัยหลักๆ น่าจะมาจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติในส่วนของกองทุนอีทีเอฟ เพื่อป้องกันความเสี่ยงหลังจากที่จะเข้าสู่ช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่” ม.ล.ทองมกุฎ กล่าว

ขณะที่ วานนี้ (16 ธ.ค.) บล.ไทยพาณิชย์ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG โดยบริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอในราคาหุ้นละ 5.80 บาท จำนวน 700 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท ซึ่งเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา บริษัทได้สำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (book building) ของนักลงทุนสถาบัน ณ ช่วงราคา 5-6.2 บาท ปรากฏว่ามียอดจองซื้อเข้ามาสูงกว่าจำนวนที่เสนอขายถึง 6.5 เท่า และส่วนใหญ่เป็นการแสดงความต้องการซื้อมา ณ ราคาสูงสุดของช่วง

“แม้ในวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่บริษัททำบุ๊คบิวด์กับนักลงทุนสถาบัน แม้ระหว่างวันตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวลงแรงกว่า 139 จุด แต่ก็ยังมียอดจองซื้อเข้ามาถึง 6.5 เท่า แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของนักลงทุนในปัจจัยพื้นฐานของบริษัท แต่อย่างไรก็ตามจะมีการจำหน่ายหุ้นให้กับสถาบันเพียง 50% ซึ่งคาดว่าแต่ละรายจะได้รับการจัดสรรเพียง 20-30% ของจำนวนที่แสดงความต้องการเข้ามา เนื่องจากต้องจัดสรรให้กับนักลงทุนทั่วไปอีก 50%” นายทองมกุฎ กล่าว

ทั้งนี้ ราคาไอพีโอที่ 5.80 บาท คิดเป็นส่วนลดกว่า 20% จากราคาเหมาะสมในปีหน้าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 7-7.50 บาท และคิดเป็นค่าพีอีในปีหน้าที่ 12 เท่า ต่ำกว่าค่าพีอีของกลุ่มวัสดุก่อสร้างซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 16-17 เท่า โดยบริษัทเตรียมเปิดจองหุ้นไอพีโอในวันที่ 17-19 ธ.ค. และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ วันที่ 24 ธ.ค. นี้

ส่วนนายเฉลียว วิทูรปกรณ์ กรรมการบริหาร บริษัท อีสเทิร์น โพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้นไทยจะผันผวนในระยะสั้น แต่บริษัทยังมั่นใจในพื้นฐาน ซึ่งในระยะสั้นบริษัทยังได้ผลบวกจากราคาน้ำมันที่ต่ำลง ช่วยให้ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างน้อย 10% และอีก 2 ปีข้างหน้า บริษัทเชื่อว่าตลาดรถยนต์จะกลับมาเติบโตดีขึ้น ประกอบกับการเติบโตของประชากร ซึ่งจะช่วยให้การบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท