มูดดี้ปรับเพิ่มเครดิตพินิจการเงินของ KTB เป็น D+
ประเด็นใหม่
เมื่อวานนี้บริษัทมูดดี้ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสได้ทำการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือความเข้มแข็งการเงิน KTB จาก D เป็น D+ โดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าวยังคงแนวโน้มของกลุ่มธนาคารที่มีเสถียรภาพ อีกทั้งยังคงอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวและอันดับความน่าเชื่อถือเงินฝากต่างประเทศระยะยาวที่ Baa1 ไม่เปลี่ยนแปลง การปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือในครั้งนี้เป็นการสะท้อนการสนับสนุนจากภาครัฐ, เงินกองทุนขั้นที่ 1 ที่สูงขึ้น และการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ
ไม่แปลกใจการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือ เนื่องจาก KTBพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
ผลการดำเนินงานของ KTB ปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว โดย ณ สิ้นเดือนต.ค.บริษัทรายงานการเติบโตสินเชื่อที่ 5.8% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งรายงานอัตราส่วนความพอเพียงของทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของเงินกองทุนขั้นที่ 1 สูงขึ้นเป็น 11.2% จากเดิมที่ 10.2% ณ สิ้นปี 2556 นอกจากนี้รัฐบาลชุดใหม่กำลังเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและเพิ่มนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ KTB เป็นธนาคารหลักที่ช่วยสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นธนาคารจะได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากการปล่อยสินเชื่อให้กับหน่วยงานใหม่ของรัฐ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังถือครองเป็น 55% ของธนาคาร
ให้สังเกตว่าเราตั้งสมมติฐานการเติบโตสินเชื่อที่ 7% ทั้งสำหรับปี 2557 และปี 2558 นอกจากนี้เรายังเห็นโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการของเรา เนื่องจาก KTB มีการเติบโตสินเชื่อรวดเร็วที่สุดในกลุ่มในช่วง 10 เดือนแรกของปี สินเชื่อปี 2558 (โดยเฉพาะสินเชื่อบรรษัท, ภาครัฐ และธุรกิจ SME) มีแนวโน้มสูงขึ้น YoY หนุนโดยเศรษฐกิจมหภาคที่ปรับตัวดีขึ้น
ธนาคารมีแนวโมจัดตั้งการกันสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯเพิ่มขึ้นเล็กน้อยปีหน้า
คาดว่า KTB ปรับลดระดับการกันสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯในไตรมาส 4/57 ลงเหลือ 700 ล้านต่อเดือน หลงังจากที่มีการตั้งสำรองจำนวนมากที่ 9.97 พันล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรก โดย ณ สิ้นเดือนก.ย. ธนาคารมีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ 108% และมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมระดับต่ำที่ 3.1% เราคาดว่าธนาคารจะตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2557 ทื่ 11 พันล้านบาท ลดลง 10.5% YoY และมีแนวโมที่จะตั้งสำรองมากขึ้นในปี 2558 ที่ 12 พันล้านบาท สูงขึ้น 9% YoY สอดคล้องกับการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นของสินเชื่อ นอกจากนี้สัดส่วนสินเชื่อของ KTB ณ สิ้นเดือนก.ย.สามารถแบ่งได้เป็น สินเชื่อบรรษัท: สินเชื่อธุรกิจ SME: สินเชื่อรายย่อย: สินเชื่อรัฐ ที่ 38:19:35:8 ตามลำดับ
ประเด็นการลงทุน
เราคาดธนาคารจะรายงานการเติบโตสินเชื่อในปี 2558 อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากธนาคารเป็นส่วนหนึ่งในการปล่อยสินเชื่อให้กับโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ นอกจากนี้ อัตราส่วนความพอเพียงของทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารที่ 15.4% (เงินกองทุนขั้นที่ 1 ที่ 11.2%) จะช่วยกรตุ้นสินเชื่อในเชิงรุกอีกอย่างน้อย 1-2 ปีข้างหน้า โดยที้ธนาคารไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน หุ้นในปัจจุบันซื้อขายกันด้วย PBV ที่ไม่แพงที่ 1.4เท่า สำหรับ ณ สิ้นปี 2557 และ 1.2เท่า สำหรับ ณ สิ้นปี 2558 (ค่าเฉลี่ยระยะยาว) เทียบกับจุดสูงสุดเดิมที่ 1.7เท่าในปี 2556 (+ 1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) เรายังคงคำแนะนะ ซื้อ









