กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งประสานอาเซียนจัดระเบียบธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ เผยไทยยอดชอปปิ้งออนไลน์สูงรองจากสิงคโปร์
นายวิชัย โภชนกิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯได้ประสานกับสมาชิกอาเซียนในการจัดทำความร่วมมือ เพื่อหากฎระเบียบทางการค้าที่เหมาะสม มาดูแลการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เพื่อให้ช่องทางการค้านี้สามารถเป็นโอกาสทางการค้าของทั้งผู้ประกอบการไทยและอาเซียน ซึ่งไทยมีสัดส่วนการค้าในรูปแบบนี้สูง เป็นอันดับสองรองจากสิงคโปร์ และเทียบเท่ากับมาเลเซีย
ทั้งนี้ ปัญหาที่พบบ่อยในการทำธุรกิจออนไลน์สูงสุด ได้แก่ การส่งสินค้าไม่ตรงตามความต้องการ ซึ่งเกิดจากสาเหตุการสื่อสารไม่ตรงกัน หากเป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการรับรองจากกรมฯ จะทำการประสานเพื่อแก้ปัญหา แต่ถ้าเกิดจากสาเหตุจงใจส่งของผิด จะไกล่เกลี่ยให้ส่งของใหม่หรือเปลี่ยนให้เป็นไปตามที่ตกลงแต่ถ้าไม่ทำตามสามารถเอาผิดได้ทั้งแพ่งและอาญา เช่น พ.ร.บ. ว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคจะมีโทษ จำคุก 1 ปี หรือปรับรายวันวันละ 1 หมื่นบาท ส่วนปัญหาที่พบบ่อยอีกประการคือ การไม่ส่งของให้หลังโอนเงิน สามารถดำเนินคดีเอาผิดได้ภายใต้ข้อกฎหมายเดียวกันทันที
นายวิชัย กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เติบโตได้ดีกรมได้เปิดให้มีการลงทะเบียนเว็บไซต์เพื่อรับเครื่องหมายรับรองจากกรมซึ่งจะช่วยยืนยันว่าการซื้อขายผ่านเว็บไซต์นั้นๆ จะไม่มีปัญหาต่างๆ ตามมา และหากมีปัญหากรมจะสามารถเข้าไปช่วยดูแลได้
ปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ จำวน 12,000 เว็บไซต์ มีเพียง 130 รายที่ได้รับเครื่องหมายรับรองจากกรม ซึ่งจะได้เร่งดำเนินการให้มีเว็บไซต์ที่ได้รับเครื่องหมายรับรองให้มากขึ้น รวมถึงการกระตุ้นการบริโภคผ่านธุรกิจอี-คอมเมิร์ซให้มากขึ้น จากปัจจุบันมีมูลค่าทางธุรกิจ 7 แสนล้านบาท มีอัตราขยายตัว 20% ในแต่ละปี ตั้งเป้าว่าภายในปี 2560 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านล้านบาท









