"ช่อง5" เปิดแผนสู้ศึกทีวีดิจิทัลช่องใหม่ ลดราคาค่าเช่าเวลา 25-35% หวังจูงใจผู้ผลิตรายการลงจอ
การเริ่มต้นออกอากาศ "ทีวีดิจิทัล" ช่องใหม่ตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีช่องใหม่เพิ่มขึ้น 21 ช่อง และช่องอนาล็อกเดิมออกอากาศคู่ขนานระบบดิจิทัล 6 ช่อง ส่งผลให้ "ผู้ผลิตรายการ" โดยเฉพาะรายใหญ่ที่เป็นเจ้าของช่องทีวีดิจิทัล อย่างเวิร์คพอยท์ทีวี ได้ยกเลิกผังรายการทั้งหมด 5-6 รายการทางช่อง5 ส่วนเอ็กแซกท์ ในเครือจีเอ็มเอ็ท แกรมมี่ ยกเลิกผังละครช่วงไพรม์ไทม์ จันทร์-พฤหัส เหลือเพียงละครเรื่องเดียววันศุกร์ ทางช่อง5 เช่นกัน
พลเอก สุรวัช บุตรวงษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) เปิดเผยว่าสถานการณ์การแข่งขันทีวีดิจิทัลช่องใหม่ที่มีจำนวนช่องเพิ่มขึ้น ทำให้ทั้งสถานีทีวีและผู้ผลิตรายการถูกแย่งผู้ชมจากเดิมที่มีฟรีทีวีอนาล็อก 6 ช่อง ดังนั้นช่อง 5 จึงปรับแผนการดำเนินงานช่อง5 ใหม่ตั้งแต่ปีนี้ ด้วยการลดราคาค่าเช่าเวลาให้กับผู้ผลิตรายการในอัตรา 25-35% เพื่อรองรับการแข่งขันและช่วยเหลือผู้ผลิตรายการที่มีคู่แข่งช่องทีวีเพิ่มขึ้น
แม้ว่ามีทีวีดิจิทัลช่องใหม่ออกอากาศเพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันเรทติ้งช่อง 5 ยังอยู่ในกลุุ่มท็อปเทน ดังนั้นผู้ผลิตรายการส่วนใหญ่ยังคงอยู่กับช่อง 5 ต่อไป โดยเฉพาะคอนเทนท์ โปรวายเดอร์รายใหญ่ อย่างเจเอสแอล กันตนา โพลีพลัส ทีวีธันเดอร์ เป็นต้น ปัจจุบันช่อง5 มีผู้ผลิตรายการทั้งรายเล็กและใหญ่จำนวน 180-200 ราย
นอกจากนโยบายลดราคาค่าเช่าเวลาให้กับผู้ผลิตรายการแล้ว ช่อง5ยังเปิดรับข้อเสนออื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อนำมาปรับแผนดำเนินงาน พบว่าผู้ผลิตรายใหญ่ต้องการขยายเวลาเพิ่มในช่วงไพรม์ไทม์ ดังนั้นผังรายการใหม่ช่อง 5 ปี2558 ได้ปรับผังใหม่ช่วงไพรม์ไทม์ จันทร์-อาทิตย์ เวลา 20.20-22.20 น. ซึ่งเดิมวันจันทร์-พฤหัส เวลา 20.20-21.20 น. เป็นรายการละครของเอ็กแซกท์ ปี2558 ปรับเป็นผังรายการบันเทิงแนวสาระความรู้สำหรับครอบครัว เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับช่อง5 สู่ทีวีบริการสาธารณะภายในปี 2561 ภายใต้กรอบ กสทช. ซึ่งมีคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ หลายรายร่วมผลิตรายการในช่วงดังกล่าว
สำหรับผังรายการใหม่ช่อง 5 ปีหน้า จัดทำภายใต้แนวคิด "TV5 HD1 สานพลัง สร้างสังคม เพื่อความสุขที่ยั่งยืน" เพิ่มเวลารายการข่าวหลักทุกช่วงและข่าวต้นชั่วโมงตลอดวัน พร้อมเปิดตัวรายการข่าวใหม่ "เปิดข่าวเช้า" ซึ่งเป็นการนำเสนอประเด็นข่าวที่น่าสนใจ ออกอากาศเวลา 4.30-5.00 น. ทุกวัน สัดส่วนผังใหม่แบ่งเป็นรายการข่าว 40% สาระความรู้ 30% และรายการบันเทิง 30% ถือเป็นผังรายการที่เป็นไปตามกรอบทีวีบริการสาธารณะ
พลเอก สุรวัช กล่าวอีกว่านโยบายลดราคาค่าเช่าเวลาเฉลี่ย 25-35% ในปีนี้ยังคงใช้ต่อเนื่องในผังรายการปีหน้า เพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตรายการที่ต้องเผชิญการแข่งขันสูงในยุคทีวีดิจิทัล จากนโยบายดังล่าวส่งผลให้รายได้จากค่าเช่าเวลาช่อง5 ลดลง แต่จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากช่อง 5 มีกิจการอื่นๆ มาสนับสนุน โดยเฉพาะค่าบริการโครงข่าย(Mux) จำนวน 2 โครงข่าย ให้บริการ 13 ช่องทีวีดิจิทัลในปัจจุบัน โดยจัดเก็บรายได้ค่าเช่าตามอัตราการขยายพื้นที่ส่งสัญญาณ ซึ่งจะจัดเก็บได้เต็ม 100% เมื่อขยายโครงข่ายครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศภายใน 4 ปี หรือในปี 2561 หลังจากนั้นรายได้ของ ททบ.5 จะมาจากช่องทีวี 50% และโครงข่าย 50%









