วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯเชิญชวนภาคธุรกิจชั้นนำเกาหลีลงทุนในไทย

"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ แจงเกาหลีสถานการณ์การเมืองไทยสงบ เชิญชวนภาคธุรกิจชั้นนำ ลงทุนในไทย

วันนี้ (11ธ.ค.) เวลา 07.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบหารือกับภาคธุรกิจชั้นนำของเกาหลีใต้ ระหว่างรับประทานอาหารเช้า (Working Breakfast) โดย มีผู้เข้าร่วมจากภาคธุรกิจเกาหลี ได้แก่ ผู้แทนองค์กรส่งเสริมการค้าและการลงทุนของประเทศเกาหลีใต้ (Korean Trade and Investment Promotion Agency: KOTRA) บริษัท K-water บริษัท Lotte Hotel & Resort ซึ่งดำเนินกิจการโรงแรม รีสอร์ทและร้านค้าปลอดภาษีชั้นนำ บริษัท Hana Tour Service ซึ่งเป็นบริษัททัวร์อันดับ 1 ของเกาหลี บริษัท LG Electronics บริษัท KORAIL ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการด้านคมนาคมและระบบรถไฟ บริษัท Samsung บริษัท Hyundai Motor และบริษัท POSCO ผู้ผลิตเหล็กกล้ารายใหญ่อันดับ 3 ของโลก เป็นต้น

โดยร้อยเอก ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการหารือว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้อธิบายถึงสถานการณ์การเมืองไทย เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ประเทศไทยว่ามีความสงบและมีความมั่นคง โดยขณะนี้ ต้องการเวลาเพื่อพัฒนาไปสู่เสถียรภาพทางการเมืองที่ยั่งยืน นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ ส่งเสริมให้ภาคเอกชนเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น เพราะยังใช้โอกาสไม่เต็มศักยภาพ และย้ำว่า ไทยยังมีพื้นที่และโอกาสให้เกาหลีใต้ลงทุนได้อีกมาก ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อุตสาหกรรมเกาหลีมีความโดดเด่น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรอุปกรณ์ เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษและพลังงานทดแทน และอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งไทยเองเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญในอาเซียน และมีศักยภาพที่จะเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ให้แก่เกาหลีได้ เพราะไทยมีความพร้อมทั้งแง่ปัจจัยพื้นฐาน ตลาดและความนิยมเกาหลี อีกทั้ง รัฐบาลส่งเสริมให้ภาคเอกชนต่างประเทศเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยให้ความสำคัญ เช่น การบริหารจัดการขยะ พลังงานทดแทนและเทคโนโลยีดาวเทียม

นอกจากนี้ ไทยให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรและอาหาร โดยเฉพาะข้าว ยางพารา มันสัมปะหลัง ซึ่งเกาหลีมีศักยภาพด้านเทคโนโลยี ช่วยพัฒนาให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มและขยายโอกาสด้านการตลาดให้แก่ไทยได้ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอให้ภาคธุรกิจเกาหลีช่วยผลักดันการเปิดตลาดเพิ่มเติมให้แก่สินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะเนื้อไก่ ผลไม้ ข้าว ยางพารา ซึ่งได้มีนักเกาหลีสนใจที่จะแปรรูปผลไม้ โดยเฉพาะมะม่วงไทย เพราะมีรสชาติดี

นายกรัฐมนตรียังได้ย้ำว่า ภาคเอกชนเกาหลีสามารถใช้บริการสำนักงานส่งเสริมการลงทุนทีกรุงโซลได้ และไทยจะตั้งทีมงานเพื่อสนับสนุนนักลงทุนเกาหลีเป็นการเฉพาะอีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน นายกรัฐมนตรีอยากให้เกาหลีเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ชายแดน รวมถึงโครงการทวาย ซึ่งการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการส่งเสริมพิเศษ และสามารถเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศพื้นบ้านได้ โดยระยะแรกจะตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 แห่ง ใน 18 จังหวัด เชื่อมโยงกับเมียนมาร์ กัมพูชา ลาว และมาเลเซีย โดยสามารถจ้างแรงงานท้องถิ่นและใช้วัตถุดิบในพื้นที่ได้ ซึ่งจะช่วยยกระดับบทบาทเกาหลีในภูมิภาคนี้ โดยนายกรัฐมนตรีเสนอให้เกาหลีส่งคณะผู้แทนภาคธุรกิจเยือนไทย เพื่อพบปะหารือเบื้องลึกกับฝ่ายไทยและดูสถานการณ์จริงในประเทศ

ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไทยมีแผนที่จะพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านคมนาคมอย่างครอบคลุม ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำและทางอากาศ และทราบว่าเกาหลีสนใจในโครงการพัฒนาระบบรางของไทย ซึ่งไทยมีแผนหลักใน 3 รูปแบบ คือ 1. สร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟเดิม 2. สร้างรถไฟเส้นทางขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร ซึ่งมีความเร็วปานกลาง 160 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง และ 3.สร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นแผนระยะต่อไป ทั้งนี้ ไทยเคยลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระบบราง จึงจะใช้กลไกนี้หารือกันต่อไป

สำหรับโครงการบริหารจัดการน้ำ ไทยทราบดีว่า บริษัท K-water มีองค์ความรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการน้ำ อย่างไรก็ดี รัฐบาลกำลังทบทวนและปรับแผนงานให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งการศึกษาดังกล่าวใกล้จะเสร็จแล้วและเมื่อมีความชัดเจนจะแจ้งให้ฝ่ายเกาหลีทราบ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นอื่น ๆ ที่อยู่ในความสนใจของภาคเอกชนเกาหลี อาทิ นายกรัฐมนตรีให้ความมั่นใจว่ายังไม่มีการปรับเปลี่ยน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และรัฐบาลจะไม่ดำเนินการใด ๆ ที่จะกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนของต่างชาติ แต่จะอำนวยความสะดวกและปรับสิทธิประโยชน์ของ BOI ให้เหมาะสมและมีความจูงใจ และจะมีการพิจารณาผ่อนปรนให้มัคคุเทศก์ชาวเกาหลีทำงานในไทยได้ชั่วคราว เป็นต้น ซึ่งภายหลังการหารือกับนายกรัฐมนตรี ภาคเอกชนเกาหลีมีความมั่นใจต่อการลงทุนในไทยและได้แสดงความสนใจที่จะเข้ามาขยายการลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น

นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้ภาคธุรกิจเกาหลีในประเทศไทย ให้การสนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาและแรงงานไทยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสบการณ์และขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี ของบุคลากร เช่น ทุนการศึกษาด้านอาชีวะศึกษา การฝึกงานในโรงงานต่าง ๆ เพื่อยกระดับความสามารถของแรงงานขึ้นสู่ระดับหัวหน้างานต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีย้ำ การทำงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างโปร่งใส ปราศจากการทุจริตคอรัปชั่น และพร้อมจะดำเนินการ หากมีการเรียกร้องผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมาย