วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผวาแคมเปญสินเชื่อดันหนี้เสียพุ่ง

ธนาคารพาณิชย์จับตาหนี้เสียปีหน้า หลังแห่ออกโปรโมชั่นปล่อยสินเชื่อเพิ่ม ขณะหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง

แม้สัญญาณดีขึ้น ด้าน"กสิกร"ยังคุมเข้มสินเชื่อ รอสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัว "ไทยพาณิชย์"เกาะติดรายเดือนประเมินสถานการณ์ ขณะ"บัตรกรุงไทย"รับสินเชื่อบุคคลน่าห่วง

ธนาคารพาณิชย์ไม่ห่วงแนวโน้มหนี้ครัวเรือน หลังมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น แม้ก่อนหน้านี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และนักเศรษฐศาสตร์แสดงความกังวล เนื่องจากมีสัดส่วนสูงถึงกว่าระดับ 80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ(จีดีพี) แต่เริ่มกังวลการปล่อยสินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้นของสถาบันการเงิน อาจส่งผลให้เกิดหนี้เสียเพิ่มขึ้นในปีหน้า

นายทวี ธีระสุนทรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าแม้สถานการณ์หนี้ครัวเรือนโดยรวมยังคงทรงตัว แต่ขณะนี้สถาบันการเงินออกโปรโมชั่นกระตุ้นการสร้างหนี้ โดยเฉพาะการปล่อยสินเชื่อเกินความจำเป็น จึงน่าเป็นห่วงว่าอาจเกิดหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น

"ขณะนี้ธนาคารมีเอ็นพีแอลต่ำกว่า 1.8% แต่ปีหน้าเชื่อว่าเอ็นพีแอลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งระบบ ขณะนี้มีสัญญาณการผิดนัดล่าช้าบ้าง แต่ยังไม่น่าตกใจ"

นายทวี กล่าวว่าธนาคารระมัดระวังในส่วนนี้ และมีการปล่อยสินเชื่อบุคคลในสัดส่วนที่น้อยมาก ขณะที่บัตรเครดิตของธนาคาร จะเน้นเพื่อการใช้จ่ายผ่านบัตรมากกว่ากดเงินสด

"หนี้เสียหรือเอ็นพีแอลจากสินเชื่อบุคคล และบัตรเครดิตของธนาคารเพิ่มขึ้นไม่ถึง 1% และถือเป็นระดับที่จัดการได้"

นายทวี กล่าวว่าแม้ธนาคารจะไม่ห่วงผลกระทบที่เกิดกับพอร์ตสินเชื่อของธนาคาร แต่ขณะนี้ยังเห็นการแข่งขันของผู้ประกอบการบางแห่ง ในการเสนอแคมเปญสินเชื่อบุคคล และกระตุ้นให้ลูกค้าเป็นหนี้ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธนาคาร คือ ความสามารถในการใช้จ่ายที่จะลดลงไปเรื่อยๆ ทำให้ภาพรวมธุรกิจและเศรษฐกิจจะไม่สามารถเติบโตได้ในอนาคต

"หนี้ครัวเรือนจะลดได้ ต่อเมื่อสถาบันการเงินต่างๆ ไม่มีโปรโมชั่นออกมากระตุ้นการสร้างหนี้ และให้เวลามนุษย์เงินเดือนได้พักหารายได้เข้ามา แต่ตอนนี้ทุกคนก็ยังแข็งแรง เสนอวงเงินให้ลูกค้า แม้บางแบงก์จะบอกว่าระมัดระวัง แต่พอเห็นลูกค้าลดภาระหนี้ลงมาได้เช่นเหลือ 50% ก็จะเสนอโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมให้เป็นหนี้กลับมาเต็ม 100% เหมือนเดิม การกู้เงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็จะดีกับเศรษฐกิจ แต่ถ้ากู้ไปเพื่อใช้สุรุ่ยสุร่ายก็แย่"นายทวี กล่าว

คุมเข้มสินเชื่อรอสัญญาณศก.ฟื้น

นอกจากนี้ นายทวี ยังกล่าวต่อว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ยังไม่น่ากังวลเท่าการเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอล เพราะหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น หากการขยายตัวทางเศรษฐกิจความสามารถในการหารายได้เพิ่มขึ้นก็ไม่น่ากังวล แต่การปล่อยสินเชื่อเกินจำเป็น อาจทำให้เกิดเอ็นพีแอล และส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ มายังธนาคารได้ในที่สุด

"แม้ว่าเราจะปล่อยอย่างระมัดระวังมาตลอด แต่หากลูกค้าไปขอสินเชื่อเพิ่มจากแบงก์อื่นทีหลัง จนหนี้เริ่มสูงและหากไม่สามารถชำระหนี้ได้ก็จะลามมาที่เราเป็นเหมือนสโนว์บอล ก็จะอันตรายกับแบงก์ได้" นายทวี กล่าว

ที่ผ่านมาธนาคารได้มีการปรับเกณฑ์การให้สินเชื่อเป็นระยะตั้งแต่ระดับอ่อนถึงระดับเข้ม และส่งผลให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้นประมาณ 20% และในปีหน้าธนาคารยังคงคุมเข้มสินเชื่อต่อไปจนกว่าสัญญาณทางเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไม่ดีขึ้น

นางพิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ยอดปฏิเสธสินเชื่อของธนาคารยังไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่คำขอสินเชื่อที่เข้ามาน้อยลง จากสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา กระทบต่อกำลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ซึ่งส่งผลให้ยอดสินเชื่อของธนาคารลดลงต่ำกว่าที่คาดไว้ 20%

นางพิกุล กล่าวว่าตลาดมีขนาดเล็กลง แต่การแข่งขันของธนาคารยังอยู่ในระดับสูงโดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาที่ยังคงรุนแรง

"สถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังไม่ดีขึ้น หนี้เสียก็ยังคงเพิ่มขึ้นจากกลุ่มเจ้าของกิจการเหมือนเดิม คงต้องรอเวลาปรับตัวอีกสักพัก ในปัจจุบันสินเชื่อบ้านของธนาคารมีเอ็นพีแอลอยู่ 2.3% ซึ่งก็เป็นไปตามที่ธนาคารได้ทำประมาณการไว้ ไม่ได้เพิ่มขึ้นจนน่าประหลาดใจ ซึ่งสิ่งที่เราทำได้ในขณะนี้คือการเข้าไปช่วยลูกค้าปรับปรุงโครงสร้างหนี้" นางพิกุล กล่าว

เกาะติดสถานการณ์เป็นรายเดือน

สำหรับแนวโน้มถัดไปธนาคารคาดว่า สถานการณ์จะทรงตัว แต่ต้องติดตามปัจจัยต่างๆ ทั้งภายในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยจะพิจารณาเป็นรายเดือน เนื่องจากเหตุการณ์ต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาจึงต้องจับตาใกล้ชิด เพื่อจะปรับตัวได้ทันกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ธนาคาร อยู่ระหว่างทำแผนธุรกิจในปีหน้า โดยจะต้องพิจารณาผลกระทบจากพ.ร.บ.ค้ำประกันที่จะเข้ามากระทบกับการให้สินเชื่อบ้านได้ แม้จะเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกันและกระทบน้อยกว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีก็ตาม แต่ก็มีสินเชื่อบางส่วนที่มีผู้ค้ำประกันที่อาจได้รับผลกระทบหากกฎหมายดังกล่าวบังคับใช้ในเดือนก.พ.2558 โดยเบื้องต้นคาดว่าจะได้รับผลกระทบกับสินเชื่อปล่อยใหม่ประมาณ 5%

หนี้เสียบัตรเครดิตดีขึ้น-สินเชื่อบุคคลน่าห่วง

นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซียอมรับว่าในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาระดับของหนี้ครัวเรือนได้ปรับตัวสูงขึ้นจริง แต่เริ่มเห็นสัญญาณว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาระดับหนี้ได้ปรับลดลง สังเกตได้จากระดับหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลในระบบเริ่มปรับลดลง

นายระเฑียร กล่าวว่าเอ็นพีแอลจากบัตรเครดิตปรับตัวดีขึ้น แต่เอ็นพีแอลในส่วนของสินเชื่อบุคคลจะยังไม่ดีมากนัก ซึ่งบริษัทพยายามคุมเอ็นพีแอลให้อยู่ในระดับเดียวกับช่วง 9 เดือนที่อยู่ที่ 1.9% และหวังว่าจะปรับลดลงได้อีกในสิ้นปีนี้

"เราดูแลลูกค้าเหมือนเดิมไม่ได้ปรับแผนอะไร แนวโน้มหนี้ครัวเรือนในปีหน้าเชื่อว่าน่าจะปรับตัวดีขึ้นได้"

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาลูกหนี้รายย่อยที่ประกอบอาชีพอิสระได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและส่งผลให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น แต่กลุ่มมนุษย์เงินเดือนหรือลูกค้าที่มีรายได้ประจำยังได้รับผลกระทบไม่มากนัก

"ขณะนี้สถานการณ์หนี้ภาคครัวเรือนเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น และเชื่อว่าจะผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว ประชาชนเริ่มมีความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งในปีหน้าที่ภาพรวมเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นน่าจะทำให้รายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนของหนี้ครัวเรือนลดลงไปด้วย"