ราคาถูกและมีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการกำไร
ประเด็นการลงทุน
เราได้เชิญผู้บริหาร KTC ให้ข้อมูลกิจการบริษัท โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่อที่ 10-15% และกำไรขยายตัวอย่างน้อย 10% สำหรับปี 2558 ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ ดังนั้น เรายังคงประมาณการกำไรไม่เปลี่ยนแปลงที่ 1.68 พันล้านบาทสำหรับปี 2557 สูงขึ้น 30% YoY และเป็น 1.85 พันล้านบาทสำหรับปี 2558 สูงขึ้น 10% YoY อย่างไรก็ตามเราคาดว่า KTC มีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการกำไรเนื่องจาก 1.) สินเชื่อเติบโตแข็งแกร่งกว่าคาด (การฟื้นตัวของการบริโภคในไตรมาส 4/57 และการเพิ่มฐานลูกค้าจากการเข้าซื้อกิจการ) และ 2.) การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯสุทธิต่ำกว่าคาด หุ้นในปัจจุบันซื้อขายกันด้วย PER ปี 2558 ที่ 8.3เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 12.9เท่า เรายังคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
บริษัทตั้งเป้ากำไรปี 2558 โตอย่างน้อย 10%
ผู้บริหารกล่าวว่ากำไรจะปรับตัวสูงขึ้น โดยปัจจัยหนุนมาจากการเติบโตสินเชื่อที่ 10-15% ปีหน้าโดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อเครดิตการ์ด บริษัทวางแผนที่จะกระตุ้นสินเชื่อส่วนบุคคลให้เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/57 ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเดิมและกลุ่มลูกค้าใหม่ พร้อมกันนี้ในปีหน้า KTC ก็ยังวางแผนที่จะเพิ่มลูกค้าสินเชื่อเครดิตการ์ดจำนวน 400,000 บัตร (จากปัจจุบันที่มีจำนวนลูกค้าอยู่ที่ 1.8 ล้านบัตร) เราตั้งสมมติฐานเชิงอนุรักษณ์ต่อการเติบโตสินเชื่อที่ 8% ในปีนี้ และ 8% ในปีหน้า หนุนโดยสินเชื่อส่วนบุคคล เราคาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 20.6% และ 22.6% ในปี 2557 และปี 2558 ตามลำดับ
การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ลดลงสะท้อนอัพไซด์กำไรปี 2558
ผู้บริหารแนะว่าบริษัทมีแนวโน้มกันสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯในปี 2558 ต่ำกว่าที่ตั้งในปีนี้ เนื่องจากอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของ KTC เป็น 3.4เท่า ของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ณ สิ้นเดือนก.ย. สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อสำหรับเครดิตการ์ดลดลงจาก 2.2% ณ สิ้นปี 2556 เป็น 1.9% ณ สิ้นเดือนก.ย.และสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล จาก 1.5% เป็น 1.2% โดยเรายังคงสมมติฐานการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯเชิงอนุรักษณ์นิยมที่ 3.2 พันล้านบาทสำหรับปี 2557 และ 3.8 พันล้านบาทสำหรับปี 2558 และถ้าหากบริษัทกันสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯต่ำกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ จะหนุนให้มีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2558 เพิ่มสูงขึ้น
คาดค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงขึ้นไตรมาส 4/57 และในปี 2558 เพิ่มเพิ่มฐานสินเชื่อ
หลังจากที่บริษัทมีโครงการปรับลดต้นทุนในปี 2556 และในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ส่งผลให้ KTC วางแผนที่จะเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการตลาดขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/57 เป็นต้นไป เพื่อกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจ โดยจะกระตุ้นทั้งสินเชื่อส่วนบุคคล (ทั้งฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่) และสินเชื่อเครดิตการ์ด นอกจากนี้เราคาดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะหดตัวลง 5% ในปี 2557 เป็น 5 พันล้านบาท แล้วจะปรับตัวสูงขึ้น 8% ในปีถัดไปเป็น 5.4 พันล้านบาท เราคาดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เป็น 49% สำหรับปี 2557 และ 47% สำหรับปี 2558
เงินทุนพอเพียงใน 2-3 ปีข้างหน้า
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิของ KTC ณ สิ้นเดือนก.ย.เป็น 6.3เท่า ซึ่งจะหนุนให้บริษัทขยายการปล่อยสินเชื่อให้สูงขึ้นได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีการเพิ่มทุนอีกอย่างน้อย 2-3 ปีข้างหน้า สังเกตว่าบริษัทมีพันธะต่อเจ้าหนี้หุ้นกู้ในการรักษาเพดานอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนให้ไม่เกินกว่า 10เท่า ทำให้เราไม่คาดว่าบริษัทจะเพิ่มทำการเพิ่มทุนในปีหน้า และ KTC จะสามารถคงอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 40% สำหรับปี 2557และปี 2558









