ยูโรโซนพร้อมออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมในต้นปี 2558 ในการประชุม 4 ธ.ค.2557
ประธาน ECB กล่าวว่า จะมีการประเมินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในต้นปี 58 ซึ่งส่วนนี้เป็นปัจจัยพยุงตลาดในเดือนธ.ค.และเป็นตัวกระตุ้นได้ต่อใน 1Q58 ทั้งนี้เราคาดการณ์ว่า ECB จะใช้ QE เต็มรูปแบบด้วยการเข้าซื้อตราสารหนี้รัฐบาลในช่วงไตรมาส 1 ปีหน้า (ปัจจุบัน ECB ปล่อยกู้สถาบันการเงินเพื่อเข้าซื้อเฉพาะตราสารหนี้ภาคเอกชนเท่านั้น)
ตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐแข็งแกร่งกว่าคาด แต่เชื่อว่าเฟดจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยเร็ว ยอดจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้นถึง 321,000 ราย มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2555 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 230,000 ราย ส่วนอัตราว่างานทรงตัวที่ 5.8% ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 6 ปี ซึ่งตัวเลขที่ออกมาดี ทำให้กังวลกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด แต่เราประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วเพราะเศรษฐกิจของประเทศชั้นนำอื่นยังอ่อนแอ ทั้งจีน, ญี่ปุ่น, ยูโรโซน ฯลฯ ขณะเดียวกันแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลงเพราะราคาพลังงานร่วงแรงและมีแนวโน้มทรงตัวต่ำในปี 2558
โครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE ของญี่ปุ่นและยูโรโซนเพิ่มสภาพคล่องในตลาดโลก ซึ่งเป็นบวกกับตลาดหุ้น ทั้งนี้ BOJ ได้ขยายวงเงินในการซื้อพันธบัตรเพิ่มขึ้นเป็น 80 ล้านล้านเยนต่อปี (เดิม 60 ล้านล้านเยนต่อปี) และจะให้กองทุนบำนาญเข้าซื้อหุ้นมากขึ้น ขณะที่ยูโรโซนจะพิจารณาทำ QE เต็มรูปแบบในต้นปี 2558 ส่วนการยุติโครงการ QE ของเฟดไม่กระทบมาก เนื่องจากตลาดรับรู้เรื่องนี้และทยอยปรับพอร์ตการลงทุนในช่วงหลายเดือนก่อนยุติโครงการแล้ว
ไทยมีโอกาสลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2558 ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ลดลงเพราะราคาน้ำมันดิบที่ร่วงแรงและมีแนวโน้มทรงตัวระดับต่ำต่อในปี 2558 เป็นปัจจัยที่ทำให้ทางการไทยสามารถใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมได้ตามหลักการใช้นโยบายการเงินที่อิงกับ Inflation Targeting อย่างไรก็ตามด้วยองค์ประกอบอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับหนี้สินภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อที่แท้จริงของผู้บริโภคได้เพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานลดลง ซึ่งอาจทำให้กนง.ไม่จำเป็นต้องรีบใช้กระสุนนัดนี้ในเดือนธ.ค.2557 โดยค่อยพิจารณาใช้เมื่อจำเป็นในปี 2558
แรงซื้อจาก LTF ยังหนุนตลาดหุ้นไทยในเดือนธ.ค. ทาง Quant Team ของ DBSV Thailand ได้ทำการศึกษา Net LTF Flow เฉลี่ยรายเดือนตั้งแต่ม.ค.2548-ส.ค.2557 พบว่าเม็ดเงินซื้อกองทุน LTF สุทธิของเดือนธ.ค.จะสูงที่สุดที่ 1.0 หมื่นล้านบาท รองลงมาเป็นเดือนพ.ย.ที่ 2.8 พันล้านบาท เดือนที่มีการขายสุทธิเป็น 5 เดือนแรกของปี ส่วนของรายเดือนเฉพาะปี 2557 พบว่าเป็นยอดขายสุทธิมาตลอด 9M57 แต่เชื่อว่าจะเป็นยอดซื้อสุทธิ LTF เป็นจำนวนมากในเดือนธ.ค.2557 เหมือนทุกปี
อัตราผลตอบแทนการลงทุนธ.ค.เป็นบวก...นำโดยหุ้น Large Cap อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยของเดือนธ.ค.2557 อยู่ที่ 3.2% ต่อเดือน ทั้งในช่วงม.ค.2544-ต.ค.2557 และช่วงปี 2534-2543 ทั้งนี้หุ้นที่ปรับขึ้นมากกว่าตลาด (Outperform) จะเป็นกลุ่ม Large Cap ซึ่ง +3.9% ส่วนหุ้น Mid - Small Cap ปรับขึ้น 3.2% และ 2.6% ตามลำดับ
กลยุทธ์ : Selective Buy โดยหุ้น Top Picks พื้นฐานเดือนธ.ค.2557 เป็น KCE, KTB, MINT, PS, WHA ส่วน Dark Horse ได้แก่ CHG, SPALI สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น MAI แนะนำให้ใช้ความระมัดระวังสูงเพราะ Valuation ปรับขึ้นมามาก โดย P/E เพิ่มขึ้นแรงตั้งแต่เดือนพ.ค.2557 เป็นต้นมา จากระดับ P/E ประมาณ 40 เท่า ปรับขึ้นเป็น 78 เท่าในเดือนต.ค.2557 ขณะที่ P/BV เพิ่มจาก 3 เท่า เป็นเกือบ 6 เท่าในช่วงเวลาเพียง 6 เดือน บ่งชี้ว่าราคาหุ้นปรับขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการทำกำไรไปมาก (หมายถึงเป็นการซื้ออนาคตไปไกล) ส่วน P/E ของ SET ก็ปรับขึ้นเช่นกัน (จาก 16 เท่าเป็น 18 เท่ากว่า) แต่ไม่แรงเท่ากับ MAI









