สนพ.ส่งเสริมผลิตก๊าซชีวมวลใช้ทดแทนแอลพีจีในอุตสาหกรรมเซรามิก ชี้ลดต้นทุนเหลือแค่ 18 บาทต่อกิโลกรัม
ขณะราคาแอลพีจีราคา 25-30 บาทต่อกิโลกรัม ระบุใช้ทั้งประเทศประหยัดได้ 900 ล้านบาทต่อปี
น.ส.ชนานัญ บัวเขียว ผู้อำนวยการสำนักนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.จะหันมาส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเซรามิกใช้ก๊าซชีวมวล เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตเซรามิกแทนแอลพีจี เนื่องจากปัจจุบันราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมมีราคาสูงประมาณ 25-30 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับจีนได้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการเซรามิกไทยหยุดการพัฒนามานาน
สนพ.ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสมาคมเซรามิก ทำการศึกษาเทคโนโลยีการผลิตแก๊สเชื้อเพลิงจากชีวมวล ความร้อนสูงถึง 1,230 องศา เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิกโดยตรง โดยผลการทดลองศึกษาประสบความสำเร็จอย่างสูง และได้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตเซรามิก สามารถทดแทนแอลพีจีได้ 100%
ทั้งนี้ สนพ.จะนำเทคโนโลยีดังกล่าว เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานในเดือนธ.ค. 2557 นี้ เพื่อของบประมาณ 10 ล้านบาท ในการสร้างเครื่องผลิตแก๊สชีวมวลดังกล่าวเป็นเครื่องต้นแบบ 4 ขนาดให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้เครื่องผลิตแก๊สชีวมวลแทนแอลพีจีทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการประมาณ 600 ราย มีเตาเผาเซรามิกประมาณ 800 เตา โดยหากปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องผลิตแก๊สชีวมวลแทนแอลพีจีได้ทั้งหมด จะช่วยลดใช้แอลพีจีได้ถึง 3 หมื่นตันต่อปี หรือประหยัดได้ 900 ล้านบาทต่อปี
นายอนุชา พรหมวังขวา หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้สร้างเครื่องผลิตแก๊สชีวมวลขึ้นมา ซึ่งใช้เศษไม้ยางพารา รวมถึงเศษไม้ที่ได้จากการตกแต่งกิ่งลำไยมาอัดแท่นเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตแก๊สป้อนโรงงานเซรามิก ซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างดี
นายธนโชติ วนาวัฒน์ ผู้จัดการบริษัท กระเบื้องดินเผา ลำปาง-ไทย จำกัด กล่าวว่า จากการทดลองใช้เครื่องผลิตก๊าซชีวมวลพบว่า ช่วยลดใช้แอลพีจีได้ถึง 220 กิโลกรัมต่อวัน และหากมีการใช้ทั่วประเทศจะช่วยประหยัดค่าก๊าซแอลพีจีได้ 118,200 บาท เนื่องจากต้นทุนการผลิตแก๊สชีวมวลมีราคาเพียง 18 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่แอลพีจีเป็นราคาขึ้นลงตามตลาดโลกปัจจุบันอยู่ที่ 25.37 บาทต่อกิโลกรัม









