วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อีคอมเมิร์ซ:กับดักธุรกิจค้าปลีก

"แชนแนล แอดไวเซอร์"ทำการติดตามข้อมูลการซื้อขายสินค้าออนไลน์ พบยอดขายสินค้าเพิ่มขึ้น15.6%

อีคอมเมิร์ซ หรือ การซื้อขายสินค้าออนไลน์ คึกคักอย่างมากในเทศกาลชอปปิง ไซเบอร์ มันเดย์ (1 ธ.ค.)ที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรมค้าปลีก "แชนแนล แอดไวเซอร์" ได้ทำการติดตามข้อมูลการซื้อขายสินค้าออนไลน์ของผู้ค้าปลีกมากกว่า 2,700 ราย ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนถึงช่วงบ่ายในวันดังกล่าว พบว่า ยอดขายสินค้าในเทศกาลชอปปิงออนไลน์นี้ เพิ่มขึ้นมากถึง 15.6% จากปีก่อนหน้านี้

แม้ฟังดูเป็นข่าวดีสำหรับผู้ค้าปลีกที่ขายสินค้าผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต แต่ช่องทางนี้กลับมีต้นทุนสูง ซึ่งนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมประเมินว่า ค่าใช้จ่ายบนเว็บไซต์ รวมถึงบริการเสริมอื่นๆ มีต้นทุนถึง 25% ของยอดขาย สอดคล้องกับเสียงของบรรดาห้างค้าปลีก ไม่ว่าจะเป็น โคลส์ คอร์ป, วอล-มาร์ท สโตร์ส อิงค์, ทาร์เก็ต คอร์ป และเบสท์ บาย คัมพานี ที่เห็นว่า อีคอมเมิร์ซมีต้นทุนสูงกว่าร้านค้าปกติ และอาจเป็นตัวถ่วงกำไรให้หดลง

นายจอห์น เบสัน ผู้อำนวยการด้านการเงินของแอสโซซิเอ็ดเต็ด บริติช ฟู้ดส์ พีแอลซี บริษัทแม่ของห้างค้าปลีกสินค้าลดราคา"พรีมาร์ก" บอกว่า บริษัทไม่ต้องการทำธุรกิจที่ไม่สร้างผลกำไร

ความคิดเห็นจากห้างค้าปลีกเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการทำธุรกิจออนไลน์ของบริษัทสหรัฐหลายแห่ง ซึ่งเว็บอีคอมเมิร์ซชื่อดังอย่าง อเมซอน ก็กำลังเผชิญสถานการณ์เดียวกัน

อย่างไรก็ตาม บริษัทวิจัยตลาด "ฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช" กลับระบุว่า ยอดขายออนไลน์กำลังเติบโตมากกว่าร้านค้าปกติ ซึ่งคาดว่าจะแตะ 414,000 ดอลลาร์ หรือ 11% ของยอดขายในห้างค้าปลีกสหรัฐ ภายในปี 2571 เพิ่มขึ้นจากยอดขายสินค้าออนไลน์ในปีนี้ที่ 294 ดอลลาร์ หรือ 9% ของยอดขายห้างค้าปลีก

หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)ของบริษัทโคลส์ คอร์ป นายเควิน แมนเซล บอกว่า ลูกค้านิยมซื้อของทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ซึ่งบริษัทยอมมีกำไรลดลงจากเดิมที่ 10% เหลือเพียง 4% จากอีคอมเมิร์ซ เพราะต้องการเน้นทำยอดขายมากกว่า

กำไรของโคลส์ช่วง 3 เดือน นับจนถึงก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ลดลง 20% จากปีก่อน ซึ่งสาเหตุหนึ่งคือ การขายสินค้าราคาถูกในเว็บไซต์ที่ต้นทุนสูง แต่การเพิ่มจำนวนลูกค้าและลดต้นทุนการส่งสินค้าจะช่วยหนุนกำไรให้เพิ่มขึ้นได้

นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยตลาด "เวลส์ ฟาร์โก ซีเคียริตี้" นายพอล เลคูเอซ บอกว่า ต้นเหตุที่ทำให้กำไรจากการขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตโดยภาพรวมหายไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการปรับตัวของร้านค้าปกติ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือต้นทุน เนื่องจากมีการลงทุนสร้างโกดังเก็บสินค้า ค่าจ้างพนักงาน ค่าขนส่งสินค้า รวมถึงการคืนสินค้า ซึ่งมักจะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่ห้างค้าปลีกไม่ว่าจะขายได้เท่าไหร่ ต้นทุนก็ยังเท่าเดิม

นายเบสัน เสริมด้วยว่า แม้จะมีความต้องการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เป็นจำนวนมาก แต่แทบจะสร้างกำไรไม่ได้เลย พรีมาร์ก จึงอยากใช้เงินไปลงทุนกับร้านค้าปกติมากกว่า และไม่อยากพึ่งพากลยุทธ์การลดราคาสินค้าในเว็บไซต์