น้ำมันดิบปรับตัวลงในไตรมาส4 กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน
ราคาน้ำมันในตลาดโลก ณ ต้นปี 2014 อยู่ที่ระดับราคา 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนที่จะปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมิถุนายน และปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปัจจุบัน เป็นการปรับตัวลงกว่า 46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือลดลง 41% จากระดับสูงสุด โดยปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมันมาจาก Demand ที่เริ่มชะลอตัวในปี 2014 ขณะที่ Supply กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ OPEC ยังคงกำลังการผลิตน้ำมันในการประชุมวันที่ 27พ.ย.ที่ผ่านมา ฝ่ายวิจัยบล.โกลเบล็ก มองว่าราคาน้ำมันจะสามารถสร้างฐานได้ในกรอบ 65-85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเนื่องจากราคาน้ำมันในปัจจุบันต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของ Shales Oil ทำให้สหรัฐเริ่มขาดทุนจากการผลิตน้ำมัน ส่งผลให้มีแนวโน้มที่ปริมาณ Supply จะลดลงในปี 2015 ในขณะที่ทางฝั่ง Demand มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก โดยหุ้นที่เราเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่มพลังงานคือ PTT แม้จะถูกกดดันด้านรายได้จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงและราคาที่ปรับลงมาก แต่ผลประกอบการได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นราคา NGV และ LPG ของรัฐบาลโดยมีจังหวะซื้อตอนประกาศงบปีช่วง ก.พ. 2015 มุมมองด้านเทคนิค : หากราคาสามารถสร้างฐานในกรอบ 345-360 บาทได้แนะนำให้ทยอยซื้อสะสม
ประเด็นสำคัญ
-Demand Crude Oil ไตรมาส4 ยังทรงตัวก่อนเพิ่มขึ้นในปีหน้า : ความต้องการใช้น้ำมันของโลกเฉลี่ยในปี 2014 (คาดการณ์) อยู่ที่ระดับ 92.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งชะลอตัวตามความต้องการใช้น้ำมันของประเทศญี่ปุ่นและจีนที่เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว แต่ในปีหน้า คาดว่าความต้องการใช้น้ำมันของโลกจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 93.38 ล้านบาร์เรลต่อวันตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกตามที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.8% ในปี 2015 ซึ่งสูงกว่าการขยายตัวในปี 2014 ที่ระดับ 3.3%
-Supply Crude Oil ไตรมาส4 ยังเพิ่มขึ้นแต่คาดจะลดลงในปีหน้า : ตลอดปีที่ผ่านมาปริมาณ Supply ของน้ำมันมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่สหรัฐสามารถผลิตน้ำมันจาก Shales Oil ในเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้ปริมาณ Supply น้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้นจากระดับ 92 ล้านบาร์เรลต่อวันสู่ระดับ 94 ล้านบาร์เรลต่อวัน และส่งผลให้สหรัฐเปลี่ยนจากผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่เป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก ในขณะที่ประเทศกลุ่ม OPEC ยังคงปริมาณการผลิตที่ระดับ 30 ล้านบาร์เรลในการประชุมวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมาส่งผลให้ Supply ในไตรมาส4 ยังทรงตัวในระดับสูง แต่ในปีหน้าคาดว่า Supply ในน้ำมันจะลดลงเนื่องจากราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำส่งผลให้ผู้ผลิตมีแนวโน้มลดปริมาณการผลิตลง
-Cost of Production ที่สูงของ Shales Oil ทำให้มีแนวโน้มหยุดดำเนินการผลิต : จากผลสำรวจของ Merill Lynch Global Commodities Research พบว่าต้นทุนในการผลิตน้ำมันที่สูงที่สุดคือ การผลิตน้ำมันจาก Shales Oil ของสหรัฐอยู่ที่ระดับ 80-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รองลงมาคือ การผลิตน้ำมันจาก Oil Sands อยู่ที่ระดับ 60-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สำหรับต้นทุนการผลิตที่ต่ำที่สุดยังเป็นของกลุ่ม OPEC อยู่ที่ระดับ 20-40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ ณ ราคาน้ำมันในปัจจุบันที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจะส่งผลให้การผลิตน้ำมันจาก Shales Oil ซึ่งมีต้นทุนสูงไม่คุ้มต้นทุนในการผลิต
ความเห็นและคำแนะนำ
ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงค่อนข้างมากเป็นไปตามการรายงาน ผลประกอบการในไตรมาส3 ที่ได้รับผลกระทบจากการขาดทุน สต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง และในไตรมาส4 ฝ่ายวิจัยคาดว่าผลประกอบการของหุ้นกลุ่มพลังงานยังถูกกดดันจาก Stock Loss ซึ่งจะประกาศงบเดือน ก.พ. 2015 หากราคาน้ำมันสามารถสร้างฐานในกรอบ 55-65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ค่อยทยอยเข้าซื้อสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยในปี 2015 มองกรอบการเคลื่อนไหวราคาน้ำมันที่ 55-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงจะส่งผลผลลบกับหุ้นกลุ่มสำรวจและผลิตน้ำมัน แต่หุ้นกลุ่มโรงกลั่นจะถูกกดดันจาก Stock Loss ลดลงหากราคาน้ำมันน้ำมันสร้างฐานได้ ดังนั้น หุ้น Top Pick ในกลุ่มพลังงานที่เราเลือกคือ PTT แม้จะต้องรวมงบการเงินของ PTTEP เข้ามา แต่การที่รัฐบาลอนุมัติให้ปรับขึ้นราคา NGV และ LPG จะช่วยชดเชยรายได้มากกว่าแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง
ความเห็นด้านเทคนิค
ราคา PTT ปรับตัวลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันและ 10 วันสร้างสัญญาณ Dead Cross ทำให้เริ่มเข้าสู่แนวโน้มขาลงโดยมีแนวรับต่อไปที่ระดับ 360 และ 345 บาทตามลำดับ และมีแนวต้านที่ 371 และ 380 บาท หากราคาสามารถสร้างฐานในกรอบ 345-360 บาทได้แนะนำให้ทยอยซื้อสะสม








