เตรียมพลิกทำกำไรในไตรมาส 4/57
ประเด็นการลงทุน
ERW เป็นหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวในกทม.มากที่สุด เนื่องจากรายได้จากโรงแรมในกทม.คิดเป็นสัดส่วนถึง 70% ของรายได้บริษัท ตัวเลขการดำเนินงานหลักในไตรมาส 4/57 จะพลิกฟื้นมาทำกำไร และคาดจะสามารถทำกำไรได้จนถึงไตรมาส 1/58 โดยในช่วงกลางปี 2558 ERW จะรับรู้กำไรจำนวนมากจากการขายสินทรัพย์ให้แก่กองทรัสต์ใหม่ (REIT) เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ ซึ่งจะส่งผลให้ PER ปี 2558 ลดลง ขณะนี้หุ้นมีการซื้อขายที่ระดับต่ำกว่าราคามูลค่าทดแทนที่ 7.20 บาทต่อหุ้นอยู่ 34% ซึ่งเป็นระดับที่ถูกเกินไปในมุมมองของเราหากมองจากแนวโน้มการพลิกฟื้นของบริษัท เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 คำนวณจากวิธี DCF ด้วยอัตราคิดลด 20% ที่ 6 บาท (WACC 9% และ terminal growth rate 2%)
โรงแรมในกทม.ฟื้นตัว
โรงแรมเครือ ERW ในกทม.มีการฟื้นตัวแข็งแกร่งนับตั้งแต่ไตรมาส 4/57 จนถึงปัจจุบัน โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมเครือ ERW ในกทม.สูงถึง 85% ตั้งแต่เดือนต.ค.-พ.ย.จนถึงปัจจุบัน เทียบกับเพียง 66% ในไตรมาส 3/57 ในขณะที่อัตราค่าห้องพักทรงตัว YoY นอกจากนี้ ถึงแม้จะยังมีกฎอัยการศึกอยู่ แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยจากภาวะทางการเมืองที่มั่นคงมากขึ้น อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมเครือ ERW ทั่วประเทศปรับตัวขึ้นจาก 62% ในไตรมาส 3/57 เป็น 74% นับตั้งแต่ไตรมาส 4/57 จนถึงปัจจุบัน และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1% YoY (ทั้งนี้ โรงแรมเรเนซองส์ เกาะสมุย กำลังอยู่ในช่วงปิดปรับปรุง และจะเปิดให้บริการอีกครั้งในเดือนธ.ค.)
ตัวเลขการดำเนินงานหลักพลิกฟื้นทำกำไรในไตรมาส 4/57
ในเบื้องต้นเราคาดว่าผลการดำเนินงานจะพลิกฟื้นจากขาดทุนหลักที่ 91 ล้านบาทในไตรมาส 3/57 สู่กำไรหลักที่ประมาณ 50 ล้านบาทได้ในไตรมาส 4/57 หนุนจากการฟื้นตัวของโรงแรมในกทม. หากไม่รวมโรงแรมชั้นประหยัด อัตราการเข้าพักเฉลี่ยในไตรมาส 4/57 คาดจะอยู่ที่ 77% ลดลงเล็กน้อยจาก 78% ในไตรมาส 4/56 รายได้จะเพิ่มขึ้น 9% YoY หลังหดตัวอย่างต่อเนื่อง 24% YoY ในไตรมาส 1/57, 16% YoY ในไตรมาส 2/57 และ 8% YoY ในไตรมาส 3/57
ผลการดำเนินงานกลับเป็นปกติในปี 2558 และจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ
ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเติบโตที่ 16% ในปี 2558 โดยตั้งสมมติฐานว่าจะยังคงมีการใช้กฎอัยการศึกต่อเนื่อง (แบ่งเป็นอัตราการเติบโตรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมระดับห้าดาวที่ 35% ห้องพักโรงแรมระดับกลาง 18% และห้องพักโรงแรมชั้นประหยัด 30%) เป้าอัตราการเข้าพักในปีเดียวกันอยู่ที่ 80% ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขปี 2556 เป้าการเติบโตของรายได้อยู่ที่ 35% (แบ่งเป็น 30% จากโรงแรมที่มีอยู่ และ 5% จากโรงแรมที่เปิดตัวใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ซึ่งได้แก่ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ โรงแรมเมอร์เคียว พัทยา และโรงแรมไอบิส กระบี่)
ทั้งนี้ ERW มีแผนขายโรงแรมสองแห่งเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯในปีดังกล่าว ซึ่งขนาดกองทรัสต์คาดอยู่ที่ราวๆ 1.5 พันล้านบาท การขายดังกล่าวจะส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรอย่างมีนัยสำคัญ และหากไม่รวมการขายสินทรัพย์ครั้งนี้ เราคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2557 จะอยู่ที่ 1.8 เท่า
ขยายโรงแรมชั้นประหยัดตามต่างจังหวัดในประเทศ
เรามองว่าบริษัทจะสามารถบรรลุเป้าการเปิดโรงแรมชั้นประหยัด 10 แห่งในต่างจังหวัดได้ภายในสิ้นปีนี้ อันได้แก่ จังหวัดอุดรธานี มุกดาหาร อุบลราชธานี หนองคาย กาญจนบุรี สระแก้ว ขอนแก่น ลำปาง แม่สอด และนครราชสีมา อีกทั้งยังมีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 8 แห่งในปีหน้า (5 แห่งในภาคใต้ 2 แห่งในภาคเหนือ และ 1 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ซึ่งโรงแรมชั้นประหยัดจะคิดเป็นสัดส่วน 2% ของรายได้ปี 2558 นอกจากนี้ บริษัทยังอาจเปิดโรงแรมชั้นประหยัดในประเทศฟิลลิปปินส์และอินโดนีเซียในปี 2559 อีกด้วย









