วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หวั่นก.ม.'ลดค้ำประกัน'ป่วนธปท.เล็งถกคลัง

"แบงก์ชาติ" เล็งถก "รมว.คลัง -ปรีดิยาธร" หาแนวทางรับมือผลกระทบ กฎหมายลดภาระผู้ค้ำประกัน

เผยอยู่ระหว่างรอธนาคารพาณิชย์รวบรวมผลกระทบ ระบุ ช่วงพิจารณากฎหมายในสนช. ทาง"แบงก์ชาติ"ไม่ได้มีส่วนร่วมให้ความเห็น ขณะที่สมาคมแบงก์นัดถกประเด็นปัญหาวันนี้ ด้านไทยพาณิชย์ มองธุรกิจเอสเอ็มอีโดนผลกระทบโดยตรง

พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ.2557 ว่าด้วยการลดภาระของผู้ค้ำประกัน ที่ได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา และมีผลบังคับใช้ในเดือนก.พ.2558 ได้สร้างความกังวลให้กับผู้บริหารของธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากสาระสำคัญของกฎหมายหลายประการได้ถูกแก้ไข ทำให้คนค้ำประกันมีส่วนในการรับผิดชอบน้อยลง ในขณะที่เจ้าหนี้อย่างธนาคารพาณิชย์เอง ต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อที่มากขึ้น

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้รับทราบเสียงสะท้อนจากธนาคารพาณิชย์ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้ได้ขอให้ธนาคารพาณิชย์รวบรวมข้อมูลผลกระทบและปัญหาต่างๆ เข้ามา โดยเบื้องต้นแม้ว่าธนาคารพาณิชย์อาจมีวิธีการในการปรับตัว แต่เชื่อว่าผลกระทบยังคงเกิดขึ้นอยู่ดี

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวด้วยว่า หลังจากได้รับข้อมูลปัญหาผลกระทบจากธนาคารพาณิชย์แล้ว ทาง ธปท. อาจนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อีกรอบ ซึ่งขณะนี้ทั้ง 2 ท่านได้รับทราบถึงปัญหาพร้อมทั้งได้มีการพูดคุยหารือกันในเบื้องต้นบ้างแล้ว

"ธนาคารพาณิชย์กำลังรวบรวมประเมินผลกระทบของตัวเอง แต่ทางรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีคลัง ท่านก็มีข้อมูลของท่านอยู่ เราก็จะทำหน้าที่ของเรา เพราะตอนที่กฎหมายเสนอผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เราก็ไม่ได้มีส่วนร่วม หรือให้ความเห็นในข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ส่วนหลังการหารือจะมีการแก้กฎหมายหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังไม่อยากให้ความเห็น"

นางฤชุกร สิริโยธิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สมาคมธนาคารไทยได้ประสานเข้ามายัง ธปท. เพื่อขอหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรื่องการลดภาระผู้ค้ำประกัน โดย ธปท. ได้ขอให้สมาคมธนาคารไทยกลับไปรวบรวมผลกระทบต่างๆ เข้ามา ซึ่งทางสมาคมได้ขอเวลากลับไปตรวจสอบกับสมาชิก เพื่อดูว่าผลกระทบอาจเกิดขึ้นตามมามีอะไรบ้าง

อย่างไรก็ตามหากมองในอีกด้าน กฎหมายดังกล่าวอาจต้องการดูแลผู้ค้ำประกัน เพราะฉะนั้นก็จะต้องย้อนกลับมาดูผลกระทบทางด้านของการปล่อยสินเชื่อเช่นกัน ว่ามีผลกระทบหรือมีมุมอื่นๆ ด้านใดบ้าง

"ต้องยอมรับข้อกฎหมายนี้เป็นกฎหมายใหม่ ซึ่งต้องไปดูว่าจะมีผลกระทบอย่างไรบ้างต่อธนาคาร ขณะที่สมาคมเองฯก็จะต้องกลับไปตรวจสอบให้รอบด้านด้วยเช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อได้รับฟังข้อเสนอแนะจากธนาคารแล้วจะนำไปสู่การแก้กฎหมายหรือไม่คงยังไม่สามารถตอบได้ในเวลานี้ เพราะเป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึง"

สมาคมแบงก์ถกผลกระทบวันนี้

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ในการประชุมสมาคมธนาคารไทยวันนี้ (26 พ.ย.) ทางสมาคมจะมีการหยิบประเด็นผลกระทบเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมด้วย โดยกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ในเดือนก.พ.2558

“ยังบอกไม่ได้ว่าผลกระทบมีอะไรบ้าง เพราะแต่ละแบงก์กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ ในการประชุมสมาคมฯ ครั้งนี้ก็จะมีการหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาหารือด้วยเช่นกัน” นายบุญทักษ์ กล่าว

คาดกระทบ'เอสเอ็มอี'โดยตรง

ด้าน นายวิพล วรเสาหฤท ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ประเด็นเรื่องกฎหมายการค้ำประกันฉบับใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือน ก.พ. 2558 มองว่า จะกระทบกับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) โดยตรง เพราะสถาบันการเงินจะกังวลเรื่องการให้สินเชื่อมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ ก็เร่งให้ฝ่ายกฎหมายทำความเข้าใจกับหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง รวมถึงตรวจสอบผลกระทบด้านอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

สำหรับสาระสำคัญของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เช่น เจ้าหนี้ต้องกำหนดรายละเอียดของหนี้และขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ค้ำประกันในหนี้ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งลูกหนี้อาจผิดนัดชำระ ไว้ในข้อตกลงปล่อยสินเชื่อ เช่น วัตถุประสงค์ในการก่อหนี้ค้ำประกัน ลักษณะมูลหนี้ วงเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน ระยะเวลาค้ำประกัน เป็นต้น จากเดิมที่กฎหมายฉบับนี้ให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดชอบในหนี้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตทั้งหมด

นอกจากนี้ สัญญาค้ำประกัน ต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำประกันไว้โดยชัดแจ้ง และผู้ค้ำประกันย่อมรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้เท่านั้น

ส่วนกรณีที่เจ้าหนี้มิได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดเวลา ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดชอบในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้น เป็นต้น