วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดได้ผู้ว่ารฟม.คนใหม่ม.ค.58ยันโปร่งใส

"พงษ์ภาณุ" ประธานสรรหาฯ คาดได้ "ผู้ว่ารฟม.คนใหม่" เดือน ม.ค. ปีหน้า ยืนยันโปร่งใส เป็นธรรม

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และประธานคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าฯ รฟม. เปิดเผยว่า การสรรหาผู้ว่าฯ รฟม.คนใหม่ จะแล้วเสร็จในช่วงเดือน ม.ค.2558 โดยจะเข้าสู่กระบวนการเจรจาค่าตอบแทน และนำเสนอกระทรวงการคลังได้ในวันที่ 1 ก.พ.2558 โดยยืนยันว่ากระบวนการสรรหาเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม โดยจะเปิดให้เกิดการแข่งขันอย่างเต็มที่ เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของ รฟม. ในการสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถ ความรู้ความชำนาญ มารับตำแหน่ง

นอกจากนี้ ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่ เป็นผู้บริหารเบอร์ 2 ขึ้นไป หากมาจากภาคเอกชน จะต้องเป็นองค์กรที่มีกำไรมากกว่าปีละ 5,000 ล้านบาท แต่ในส่วนของรักษาการ รฟม.คงไม่สามารถมาสมัครได้ เพราะถือว่ามีความเสี่ยงเรื่องให้คุณให้โทษ อาจทำให้ผู้สมัครรายอื่นเกิดการเสียเปรียบ

อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาเหมือนกับการสรรหาผู้ว่า รฟม.ที่ผ่านมา เพราะคณะกรรมการสรรหา มีการกำหนดระเบียบ เงื่อนไขที่กำหนด ตามข้อกฎหมายอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯรฟม.คนใหม่จะต้องดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล ในการขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน และอีก 4 เส้นทาง คือ สายสีเขียว 5.2 หมื่นล้านบาท สายสีส้ม 7 หมื่นล้านบาท สายสีชมพู 5 หมื่นล้านบาท และสายสีเหลือง 5 หมื่นล้านบาท รวมเม็ดเงินลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาทที่จะต้องเริ่มทยอยดำเนินการให้ได้ภายในปี 2558

“เป็นหน้าที่ที่ผู้ว่าการ รฟท.คนใหม่จะต้องทำให้ได้ตามเงื่อนไข สามารถผลักดันรถไฟฟ้าสายต่างๆให้ได้ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งคงเป็นการทยอยลงทุนเฉลี่ยปีละประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดยคณะกรรมการประเมินผลงาน จะติดตาม และประเมินผลปีละ 2 ครั้ง หากทำไม่ได้ตามที่ตกลง โครงการใดมีความล่าช้า ไม่สามารถเปิดประกวดราคาได้ ผู้ว่าฯก็ต้องออกไป"นายพงษ์ภาณุ กล่าว

นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2558 ยังมีโครงการรถไฟฟ้าที่ครบสัญญากู้เงินประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ที่จะต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณา แหล่งเงินทุน ซึ่งคาดว่าใช้แหล่งเงินจากในประเทศจากนักลงทุนและสถาบันการเงิน เป็นการกู้ระยะยาว 5-10 ปี หรืออาจจะกู้จากสถาบันการเงิน หรือองค์กรเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศก็ได้ ซึ่งที่มีผ่านมามีความสนใจที่จะปล่อยกู้ให้กับไทยอยู่บ้าง