วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตาน้ำมันร่วงแตะ60ดอลล์

"ไพรินทร์" ชี้ปัจจัยน้ำมันโลกราคาดิ่ง จับตาซาอุฯนำลดราคาน้ำมันรอบใหม่ที่ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลง โดยในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาราคาเฉลี่ยน้ำมันในตลาดโลกลดลงถึง 25%. จากราคาเฉลี่ย 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เหลือ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

"ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความต้องการใช้พลังงานที่เป็นก๊าซชนิดต่างๆทดแทนน้ำมันมากขึ้น ทำให้กลุ่มเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund) ที่เข้าไปเก็งกำไรราคาก๊าซมากกว่าราคาน้ำมัน"

นอกจากนั้น ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกที่ผลิตอยู่ 80-90 ล้านบาร์เรลต่อวันในขณะนี้ถือว่าอยู่ในภาวะโอเวอร์ซัพพลาย เนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำมันของโลกที่นำโดยกลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน (โอเปก) ซึ่งผลิตน้ำมันอยู่ประมาณ 30% ยังไม่ลดการผลิตลงและประเทศซาอุดีอาระเบียซึ่งผลิตน้ำมันอยู่ 12% อาจเป็นผู้นำการปรับลดราคาลงไปอยู่ที่ระดับ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ในระยะเวลาสั้นๆ เนื่องจากมีต้นทุนในการขุดเจาะน้ำมันต่ำกว่าประเทศอื่น

"หากราคาน้ำมันลงไปอยู่ที่ระดับ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจริง คงเกิดปัญหากับบริษัทขุดเจาะน้ำมันหลายแห่งเพราะไม่คุ้มทุน รวมทั้งการทำเชลล์ออยล์ในสหรัฐฯก็จะดำเนินการต่อได้ยากเนื่องจากต้นทุนอยู่ที่ระดับ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมทั้งกระทบกับการพัฒนาพลังงานทางเลือกด้วย"นายไพรินทร์กล่าว

นายไพรินทร์ กล่าวว่าราคาน้ำมันปรับลดลงกระทบกับภาพรวมธุรกิจของปตท.ไม่มากนัก เนื่องจากปตท.มีการกระจายธุรกิจออกไปถีง 9 หน่วยธุรกิจ เช่น ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจปิโตรเคมี และธุรกิจโรงกลั่น เป็นต้น ซึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ธุรกิจโรงกลั่น เนื่องจากต้องบริหารสต็อกน้ำมันให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

อย่างไรก็ดี มองว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวมเพราะประชาชนมีรายจ่ายเรื่องพลังงานลดลง ต้นทุนของธุรกิจต่างๆ เช่น ธุรกิจสายการบินก็จะลดลงตามราคาน้ำมัน

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงเป็นโอกาสที่รัฐบาลจะเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เหมาะสมและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

"รัฐบาลควรใช้โอกาสที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงทยอยยกเลิกประชานิยมพลังงาน ที่เคยบิดเบือนกลไกตลาดมาในอดีต เช่นการทยอยเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซลหลังจากที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากส่วนนี้ไปปีละกว่า 1 แสนล้านบาท" นายไพรินทร์กล่าว

สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันในสัปดาห์ นักวิเคราะห์ กล่าวว่ายังทรงตัวระดับต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อลาร์เรล โดยมีปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาด คือ โรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ เริ่มทยอยกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง รวมถึงอุณหภูมิของสหรัฐฯปรับลดลงมากกว่าคาด ส่งผลให้อุปสงค์น้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น อาจหนุนให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นตาม

นอกจากนี้ ต้องติดตามแหล่งผลิตน้ำมันหลัก El Sharara ของลิเบีย ว่าจะสามารถกลับมาผลิตน้ำมันดิบได้ตามปกติหรือไม่ ซึ่งล่าสุดการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียปรับลดต่ำลงแตะระดับ 500,000 บาร์เรลต่อวัน และที่สำคัญ คือ ต้องติดตามการประชุมกลุ่มโอเปก ว่าจะมีมติปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลง ในการประชุมกลุ่ม วันที่ 27 พ.ย. นี้หรือไม่