"พล.อ.ฉัตรชัย" แจง 4 ยุทธศาสตร์ หวังวางรากฐานและขับเคลื่อนศก.ในประเทศ พร้อมเร่งเจาะตลาดอาเซียน
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การขับเคลื่อนนโยบายทางการค้าการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน” ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ว่า รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ อาทิ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินปี 2557 วงเงิน 147,000 ล้านบาท และเบิกงบประมาณปี 2558 วงเงิน 130,000 ล้านบาทให้เสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ ส่วนการช่วยเหลือชาวนาและเกษตรกรอื่น ๆ รวมเป็นงบประมาณกว่า 320,000 ล้านบาท อีกทั้งยังอนุมัติโครงการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) 380 ราย วงเงินรวม 429,000 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะเห็นเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ในช่วงต้นปี 2558
ขณะเดียวกันรัฐบาลจะเร่งเรียกความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ โดยจะเดินหน้า 4 ยุทธศาสตร์หลักทางเศรษฐกิจ ได้แก่ การสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับเศรษฐกิจไทย โดยการปรับโครงสร้างการผลิต การปรับโครงสร้างสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ในห่วงโซ่มูลค่าสูง และปรับโครงสร้างสู่ภาคบริการมูลค่าสูง ตลอดจนเร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทางด้านการขนส่ง ซึ่งรัฐบาลจะมุ่งเน้นการสร้างโครงข่ายเชื่อมโยงในประเทศ อาทิ การพัฒนารถไฟทางคู่และส่งเสริมการเชื่อมต่อการขนส่งหลายรูปแบบ พร้อมปรับปรุงระบบโลจิสติสก์ เพื่อลดต้นทุนจากร้อยละ 15 เหลือร้อยละ 13 ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
ส่วนทางด้านพลังงาน จะมีการปรับโครงสร้างราคาพลังงานปีหน้า เพื่อลดการบิดเบือนราคา และส่งผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด สุดท้ายโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิตอล ที่รัฐบาลจะพัฒนาร่วมกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แข่งขันได้ในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ จะต้องสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจให้เอื้อต่อการแข่งขันที่เป็นธรรมและเป็นประโยชน์โดยรวม ได้แก่ การเร่งพัฒนาให้ประเทศไทยเป็น Gate way สู่ภูมิภาคอาเซียนและผลักดันนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดน
สำหรับยุทธศาสตร์ที่ 2 จะยกเครื่องการศึกษาใหม่ทั้งระบบให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต ส่วนยุทธศาสตร์ที่ 3 จะเน้นการปฎิรูปภาครัฐและรัฐวิสาหกิจให้มีขีดความสามารถสูง และยุทธศาสตร์สุดท้าย จะเร่งขจัดคอร์รัปชั่นและสร้างความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ พร้อมกันนี้จะดึงให้เอกชนทั้งทุกขนาดมาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจและเดินหน้าเป็นพันธมิตรในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะใช้โอกาสขยายตลาดการค้าในกลุ่มของอาเซียน ซึ่งตลาดอาเซียนต่อไปจะไม่ใช่ตลาดต่างประเทศแต่จะเป็นตลาดในประเทศ ดังนั้น เมื่อโอกาสมาถึงจึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ไทยจะขยายการค้าภายในกลุ่มของอาเซียน และยังจะขยายความเป็นหุ้นส่วนในตลาดหลักสำคัญของไทยด้วย และอยากเรียกร้องใช้เอกชนตระหนักและร่วมกันต่อต้านปัญหาด้านคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ไม่เช่นกันจะกระทบต่อการค้าและการลงทุนอย่างมากได้







