ประธานสภาหอการค้าไทย ชี้ทางรอดธุรกิจต้องปรับตัวสู่เศรษฐกิจไร้พรมแดน ประกาศหนุนปั้นไทย "เทรดดิ้งเนชั่น"
ประธานสภาหอการค้าไทย ชี้ทางรอดธุรกิจต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจไร้พรมแดน พร้อมเผยเทรนด์โลกการค้าใหม่เน้นภาคบริการ ธุรกิจดิจิทัล ประกาศหนุนปั้นไทย "เทรดดิ้งเนชั่น" เพิ่มขีดแข่งขัน ขณะที่ "พรศิลป์" หวังรัฐบาลลุยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว เชื่อปีนี้จีดีพีโต 1-2% เหตุส่งออกยังทรุด สมาคมอาหารแช่แข็งผวาค่าเงินคู่ค้าอ่อน ทำส่งออกฝืด แนะทำตลาดเชิงคุณภาพ
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวสุนทรพจน์เปิดงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 32 ที่ จ.เชียงรายเมื่อวานนี้ (22 พ.ย.) ในหัวข้อ "เปลี่ยนหัวคิด ก้าวไป สู่ชัยชนะ" (Change Me To Be Excellent) โดยระบุตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญอีกครั้งในเรื่องของการปฏิรูปประเทศ ฉะนั้นการทำงานร่วมกันให้สำเร็จจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะช่วยให้การปฏิรูปเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่การเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่
ในส่วนของหอการค้าไทย ได้มีการทบทวนบทบาทและปรับกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะภาคเกษตรที่เป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญของไทย และเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากถึง 17 ล้านคน คิดเป็น 43% ของแรงงานทั้งหมด
ทั้งนี้ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ห่วงโซ่คุณค่า (Move Up the Value Chain) จากสินค้าเกษตรขั้นต้น ทั้งพืช ผัก ผลไม้ ประมง และปศุสัตว์พัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อาหาร และพลังงานทดแทน นอกจากมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นแล้ว ยังเป็นการกระจายรายได้ไปสู่เกษตรกรอย่างทั่วถึง และจะเป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อีกทางหนึ่ง
ดันไทยสู่ "ชาติแห่งการค้า"
นายอิสระ กล่าวต่อว่า ภาคการค้าเป็นกลไกในการสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศ ด้วยที่ตั้งของไทยที่เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการคมนาคมขนส่งในภูมิภาค ไทยจึงได้เปรียบประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ หากปรับปรุงกฎระเบียบการค้าให้มีความคล่องตัว พัฒนาระบบการเงินและภาษีเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้าน พัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ในการทำการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ ประเทศไทยก็จะสามารถก้าวไปสู่การเป็น "ชาติแห่งการค้า" หรือ "Trading Nation" ในภูมิภาคอาเซียน
สำหรับภาคบริการ ด้วยอัธยาศัยไมตรีที่ดีของคนไทยสร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลก เป็นจุดแข็งของธุรกิจบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจท่องเที่ยวและการโรงแรม การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ หรือ MICE รวมถึงธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ หรือ Wellness เช่น โรงพยาบาล,คลินิก, ธุรกิจเสริมความงาม ซึ่งหากมีการพัฒนาบุคลากร ยกระดับคุณภาพ และมาตรฐานการบริการให้เป็นระดับเวิลด์คลาสแล้ว ธุรกิจเหล่านี้ก็จะเป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย
พัฒนา"ธุรกิจดิจิทัล"เพิ่มขีดแข่งขัน
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจบริการอื่นๆ อาทิ การบริการด้านการศึกษา ธุรกิจก่อสร้างและออกแบบ ธุรกิจสร้างสรรค์ และธุรกิจดิจิทัล เช่น ธุรกิจโฆษณา (Advertising Agency), รับจัดงาน (Event Organizer), แอนิเมชั่น (Animation), อีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) และซอฟต์แวร์ (Software)การบริการเหล่านี้เป็นธุรกิจใหม่ที่หอการค้าฯให้ความสนใจ สนับสนุน และพัฒนาให้เข้มแข็งต่อไปในอนาคต
ที่กล่าวมานั้น คือภารกิจและความมุ่งหวังในการดำเนินงานที่หอการค้าทั่วประเทศจะร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนา เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศต่อไป
แนะรัฐบาลสนับสนุนระดับนโยบาย
"ด้านผู้ประกอบการเองจะต้องตระหนักถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่จะเข้าสู่บริบทของโลกเศรษฐกิจไร้พรมแดน (Borderless) มีการเปิดเสรีการค้า การรวมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และการแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งทางการค้าที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น"
"อย่างไรก็ตาม ทุกการเปลี่ยนแปลงนำมาทั้งวิกฤติและโอกาส การที่ธุรกิจจะเป็นผู้ชนะในการแข่งขันภายใต้บริบทใหม่นี้ได้ สิ่งสำคัญอยู่ที่การปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง และเตรียมรับกับโอกาสที่ไม่ได้ถูกจำกัดไว้แต่เพียงในประเทศอีกต่อไป (Borderless Opportunities)" นายอิสระ กล่าวและว่า การสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการจะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หากได้รับการสนับสนุนในระดับนโยบายของประเทศด้วย
สำหรับการจัดงานสัมมนาครั้งนี้เพื่อระดมความเห็นจากภาคเอกชนเกี่ยวกับการวางแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปี 2558 และการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยมีการหารือในหลายประเด็น ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ข้อเสนอแนะ ซึ่งผลจากการระดมสมองจะสรุปจัดทำเป็นสมุดปกขาวเพื่อเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้นำไปพิจารณาขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป
รัฐควรวางแผนกระตุ้น ศก.ระยะยาว
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า รัฐบาลควรวางแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวแค่ชั่วคราวเท่านั้น เช่น การจ่ายเงินช่วยชาวนาและชาวสวนยางพารา โดยเห็นว่ามาตรการอุดหนุนสินค้าเกษตรควรออกเป็นกฎหมายเพื่อกำหนดอัตราการอุดหนุนรายชนิดพืชให้ชัดเจน วางกรอบมาตรการช่วยเหลือให้มีความเหมาะสมในทุกรัฐบาล
นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้า เช่น เร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ กระตุ้นการบริโภคภาครัฐและเอกชน เร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 ส่วนปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้เพียง 1%หรือไม่เกิน2% เนื่องจากการส่งออกยังฟื้นตัวช้าและคาดว่าไม่มีการขยายตัว
คาดภาคท่องเที่ยวฉุด ศก.ปีหน้า
ส่วนปีหน้าการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็คงอยู่ระหว่าง 2-3% หรือไม่เกิน 4% ขณะที่การส่งออกคาดว่าจะไม่เกิน 2% เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงมาจากเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ทั้งสหรัฐ ญี่ปุ่น ยุโรป จีน ซึ่งความหวังของเศรษฐกิจในปีหน้าจะเป็นภาคของการท่องเที่ยว คาดว่าในปีหน้าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 30-35 ล้านคน จึงต้องส่งเสริมการค้าชายแดน การดูแลหนี้ครัวเรือนไม่ให้สูง ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ 2-3%
หวังส่งออกขยายตัว-ผวาอัตราแลกเปลี่ยน
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ภาพรวมการส่งออกปี 2557 คาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยที่ 0-1% แต่การส่งออกปี 2558 คาดว่าจะมีอัตราขยายตัวที่ดีขึ้น โดยในกลุ่มอาหารแช่เยือกแข็งจะมีการส่งออกกุ้ง ซึ่งคาดว่าจะกลับมาดีขึ้นตั้งแต่ปลายปีนี้จนถึงปีหน้า
อย่างไรก็ตาม ในส่วนประเด็นด้านราคาขาย ต้องเตรียมพร้อมรับมือจากปัญหาอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งพบว่าตลาดญี่ปุ่นและยุโรปค่าเงินอ่อนส่วนการดูแลปัญหาที่เกิดจากมาตรการกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะการดูแลแรงงานต่างด้าวนั้น ช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนจากการเป็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สู่การจัดตั้งรัฐบาลในปัจจุบัน ทำให้แผนการทำงานล่าช้าออกไปถึง 2 เดือน ล่าสุดกำลังมีการปรับการทำงานเพื่อบูรณาการร่วมกันใหม่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นรูปธรรมโดยเร็วตามเดิม
มท.1ขีดเส้น5เดือนผังเมืองเขตศก.ต้องจบ
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ อ.แม่สอดจ.ตาก อ.สะเดา จ.สงขลา อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จ.มุกดาหาร และ จ.ตราด เชื่อว่ายังคงมีความล่าช้า โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย คือ การปรับปรุงผังเมือง เนื่องจากเป็นขั้นตอนที่ใช้ระยะเวลานานมาก
ทั้งนี้ ทางกระทรวงได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการทำผังเมืองในพื้นที่เขตเศรษฐกิจให้เสร็จภายใน 5 เดือน โดยเฉพาะผังพื้นที่เฉพาะที่จะใช้ในภาคธุรกิจ การประกอบอุตสาหกรรม เพราะการวางผังเมืองจะเป็นหลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่อไป เช่น การวางถนนไฟฟ้า น้ำประปา จึงต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อที่ส่วนอื่นๆ จะสามารถดำเนินโครงการต่อไปได้
ขณะเดียวกันผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องมุ่งเน้นการพัฒนาการค้าชายแดน ไม่ใช่แค่จังหวัดที่ติดชายแดนเท่านั้น จังหวัดที่อยู่ภายในเข้ามาก็จำเป็นต้องขยายการค้าเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน และเชื่อมโยงเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
ดึงเอกชนร่วมงาน-ดันโอท็อปสู่อาเซียน
"ปัจจุบันทางจังหวัดได้ทำงานอย่างบูรณาการ โดยต้องการให้ภาคเอกชนทำงานวางแผนร่วมกับทางจังหวัด และเพิ่มการค้าขายในอาเซียนโดยนำโอท็อปเข้าไปจำหน่ายในภูมิภาค" พล.อ.อนุพงษ์ ระบุ
สำหรับทิศทางการพัฒนาเพื่อสร้างประโยชน์ทางการค้าให้กับประเทศไทยนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ควรเร่งเสริมจุดเด่นที่ตั้งของประเทศให้มีความน่าสนใจในการลงทุน ซึ่งพบว่าการพัฒนาทางอากาศมีความคืบหน้าโดยรวมถึง 70% แต่การพัฒนาทางน้ำและทางรางไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ขณะที่การพัฒนาทางทะเลต้องเร่งสร้างโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา เพราะเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมทั้งด้านการค้าและการไม่เข้าไปทับซ้อนกับพื้นที่ท่องเที่ยวในภาคใต้ที่มีอยู่แล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมได้มีการแจกเอกสารรับฟังความเห็นเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปประเทศจากสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมเกือบ 3,000 รายจากหอการค้าทั่วประเทศ โดยวันนี้ (23 พ.ย.) ซึ่งจะเป็นการประชุมวันสุดท้าย จะมีการปาฐกถาพิเศษเรื่อง "การขับเคลื่อนประเทศไทย" โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี









