วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

LAND AND HOUSE PCL.(LH)

คาดกำไรปกติปี 57 โต 12%และยังมี Upsideได้อีก

• คงประมาณกำไรปกติปี 57 ซึ่งเติบโต 12%และคาดจะเติบโตราว 7% ในปี 58

•คาดการจัดตั้งกอง REIT จะแล้วเสร็จราวปลายปี 57

•คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 13.20 บาท

ประเด็นสำคัญในการลงทุน:

คงประมาณกำไรปกติปี 57 ซึ่งเติบโต 12% และคาดจะเติบโตราว 7% ในปี 58 : กำไร 3Q57 ลดลง 6%YoY และ 13๔QoQ เหลือ 1,731 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นลดเหลือ 36% ลดลงจาก 37% ใน 2Q57 แต่สูงกว่าระดับ 35%ใน 3Q56 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 12.1% จาก 10.5%ใน 2Q57 และ 10.8% ใน 3Q56 ในช่วง 9M57 มีกำไร 5,137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5%คิดเป็น 71% ของประมาณการทั้งปีที่ 7.2 พันล้านบาทซึ่งเติบโต 12%YoY ทั้งนี้ ผู้บริหารเปิดเผยว่ารายได้ปี 57 มีแนวโน้มสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยที่ระดับ 2.6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมียอดขายรอโอน (backlog)รองรับแล้ว 2.5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ backlog ที่จะโอนในไตรมาสสุดท้ายอยู่ที่ราว 6 พันล้านบาท คิดเป็น 93% ของประมาณการทั้งปีที่ 2.64 หมื่นล้านบาท ในช่วง 4Q57 จะเริ่มโอนคอนโดมิเนียมโครงการเดอะรูม-วงเวียนใหญ่ และวันเวลา-เขาเต่าสำหรับปี 58 คาดว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่องราว 7%เป็น 7.7 พันล้านบาท

คาดการจัดตั้งกอง REIT จะแล้วเสร็จราวปลายปี 57 : บริษัทได้ประกาศแผนจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอลเอชช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (LHSC) ระยะเวลาประมาณ 26 ปี ซึ่งจะหมดอายุในเดือน ส.ค.83 มูลค่ารวม 6.23 พันล้านบาท ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบจ.แอลแอนด์เอชพร็อพเพอร์ตี้ที่บริษัทถือหุ้น 60%ฝ่ายวิจัยคาดว่าการจัดตั้งกอง REIT น่าจะสำเร็จภายในปลายปีนี้ซึ่งจะทำให้ประมาณการกำไรปกติปี 57 มี upside จากกำไรจากการขายสินทรัพย์ราว 1.2 – 1.8 พันล้านบาท บนสมมติฐานของอัตรากำไรราว 20 – 30 และจะทำให้บริษัทมีแหล่งเงินทุนในธุรกิจค้าปลีก และพัฒนาโครงการเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ในอนาคต ทั้งนี้บริษัทมีแผนจัดตั้งกองทรัสต์อีกกองหนึ่งในปี 58 มีสินทรัพย์เป็นโรงแรมในเครือ LH ขนาดประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

คงคำแนะนำ “ซื้อ”ราคาเหมาะสม13.20 บาท : ปัจจัยพื้นฐานของ LH ยังดีจากผลการประกอบการที่ยังมีศักยภาพเติบโตประกอบกับบริษัทมีสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำที่ช่วยลดความผันผวนของรายได้จากการขาย และช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มราคาเหมาะสมซึ่งอิง Prospect PER ที่ระดับ 20 เท่า และคำนวณกำไรต่อหุ้นแบบ Fully Diluted 0.66 บาทต่อหุ้น (LH-W3 ที่เหลือ 1.04พันล้านหน่วยใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 4 พ.ค. 2560)ได้เท่ากับ 13.20 บาท สูงกว่าราคาปิดล่าสุด ทั้งนี้ นโยบายการจ่ายเงินปันผลอยู่ในอัตราสูง 80 ทำให้เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับการลงทุนระยะยาวเพื่อรับเงินปันผล