วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

RML

“ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 2.80 บาท

หุ้น P/E ต่ำ กำไรปี 57 เติบโตดีมาก 95%

•คาดกำไรทั้งปี 57 ที่เติบโตก้าวกระโดดจะสูงสุดในรอบ 10 ปี

•มียอดขายรอโอนที่แข็งแกร่งรองรับการเติบโตในปีหน้า

•แนะนำ“ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 เท่ากับ 2.80 บาท

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

คาดกำไรปี 57 จะเติบโตก้าวกระโดดและสูงสุดในรอบ 10 ปี : กำไร 3Q57 เท่ากับ 361 ล้านบาท ลดลง 17%QoQ แต่เพิ่มขึ้น 114%YoY โดยมีรายการพิเศษที่เป็นขาดทุนจากการด้อยค่า 135 ล้านบาท หากไม่รวมรายการดังกล่าวจะมีกำไรเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ YoY กำไร 9M57 เติบโต 114%YoY เป็น 1,157 ล้านบาท

ทั้งนี้ รายได้ 4Q57 มีแนวโน้มต่ำกว่า 3Q57 หลังจากเริ่มโครงการ 185 ราชดำริไปมากแล้ว และเริ่มโอนโครงการไซร์-วงศ์อมาตย์ราวเดือน ต.ค.ฝ่ายวิจัยคาดรายได้ใน 4Q57 ใกล้เคียงกับ 4Q56 ที่ระดับราว 1.2 พันล้านบาทซึ่งจะส่งผลให้กำไร 4Q57 มีแนวโน้มลดลง QoQ แต่เพิ่มขึ้น YoY

อย่างไรก็ดี เมื่อเปรียบเทียบกับผลประกอบการทั้งปี 56 ฝ่ายวิจัยคาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรปี 57 สูงถึง 95% จากระดับ 746 ล้านบาทในปี 56 เป็น 1.4 พันล้านบาท และคาดจะทรงตัวใกล้เคียงปีนี้สำหรับผลประกอบการในปี 58

มียอดขายรอโอนที่แข็งแกร่งรองรับการเติบโตในปีหน้า : ยอดขายรอโอน (backlog) ณ สิ้น 3Q57 เท่ากับ 10,228 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีกำหนดทยอยโอนไปจนถึงปลายปี 59 และยังมีโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมขายมูลค่า 6.8 พันล้านบาท ได้แก่โครงการเดอะริเวอร์ และโครงการ 185 ราชดำริ ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ได้แก่ ไซร์วงศ์อมาตย์ ซึ่งคาดว่างานก่อสร้างจะแล้วเสร็จและเริ่มโอนในไตรมาสสุดท้ายของปี 57 โครงการยูนิกซ์-พัทยาจะเริ่มโอนได้ราวปลายปี 58 และโครงการเดอะลอฟท์-เอกมัยจะเริ่มโอนได้ราวปลายปี 59 ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยโครงการใหม่ใดๆอีกซึ่งหากไม่มีเพิ่มเติมจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของผลประกอบการในปี 59

แนะนำ“ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 เท่ากับ 2.80 บาท : RML ยังคงเป็นหุ้น Turnaround นับตั้งแต่เริ่มโอนโครงการเดอะริเวอร์ในปี 56 และผลการดำเนินงานที่ปรับดีขึ้นสามารถล้างขาดทุนสะสมได้หมดตั้งแต่สิ้น 3Q57 ซึ่งทำให้บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการในปี 57 ได้เป็นปีแรกซึ่งปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเนื่องจากบริษัทยังมีความต้องการเงินลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการในอนาคต

อย่างไรก็ดี เบื้องต้นฝ่ายวิจัยได้คาดการณ์อัตราจ่ายเงินปันผลราว 30% จากนโยบายจ่ายเงินปันผลที่ระบุว่าไม่เกิน 50% คาดการณ์เงินปันผลราว 0.12 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6% ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจ และในการประเมินราคาเหมาะสมโดยอิง Prospect PER ที่ระดับ 7 เท่าได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 2.80 บาทยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด โดยราคาหุ้นซื้อขายที่ PER ต่ำเพียง 5.4 เท่า อย่างไรก็ดี ผลการดำเนินงานในอนาคตยังมีความเสี่ยงจากการเติบโตต่อเนื่อง ทำให้ฝ่ายวิจัยแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”