วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

GRAMMY - ซื้อ

ยักษ์ใหญ่กำลังจะตื่น

ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนผลประกอบการที่กำลัง Turnaround

ผลขาดทุนที่ลดลงมากใน 3Q57 ทำให้เราเชื่อว่า GRAMMY กำลัง Turnaround จากการบุกธุรกิจทีวีดิจิทัลอย่างเต็มกำลังในปีหน้าจะทำให้ GRAMMY กลับมาเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม Media เนื่องจากความได้เปรียบของการมีทีมงานที่มีประสิทธิภาพสูง (Exact, Scenario, GTH) ทำให้ช่องทีวีดิจิทัลก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่มผู้นำได้ไม่ยาก อีกทั้งการมีคลังคอนเทนต์คุณภาพสะสมไว้มากกว่า 37,000 ชั่วโมง ทำให้สามารถบริหารต้นทุนได้ดี เรามองว่าราคาหุ้น GRAMMY ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี มี Downside risk ในระดับจำกัดเมื่อเทียบกับแนวโน้มผลประกอบการที่จะดีขึ้นโดยเราคาดว่า GRAMMY จะพลิกมามีกำไรอย่างช้าในปี 2560 ขณะที่มูลค่าเหมาะสมซึ่งประเมินด้วย DCF ที่ 23.80 บาท ยังมี Upside Gain กับราคาหุ้นสูงถึง 75%

ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มฟื้นตัวก้าวกระโดดต่อเนื่อง

การขายธุรกิจเพย์ทีวี (GMM B) ให้กับ CTH ทำให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 3Q57 ลดลง 20% QoQ และ 6% QoQ ตามลำดับ ทำให้ผลขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือเพียง 164 ล้านบาท จาก 2Q57 อยู่ที่ 913 ล้านบาท และเป็นผลขาดทุนที่น้อยที่สุดในรอบ 8 ไตรมาส เราคาดผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่องปี 58-59 คาดขาดทุนเหลือเพียง 534 ล้านบาท และ 76 ล้านบาท ตามลำดับ และพลิกเป็นกำไร 164 ล้านบาท ในปี 60 จากการเติบโตของธุรกิจทีวีดิจิทัล (One, GMM Channel), โฮมช้อปปิ้ง (O Shopping) และอีเว้นท์มาร์เก็ตติ้ง (Index Creative Agency) แต่ทั้งนี้เราคาดผลขาดทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยใน 4Q57 จากการทยอยลงคอนเทนต์รายการใหม่มากขึ้นทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเราปรับลดประมาณการผลขาดทุนปี 57 ลงเหลือ 2.1 พันล้านบาท (จากเดิม 2.5 พันล้านบาท)

ช่องทีวีดิจิทัล GRAMMY ขึ้นเป็นผู้นำได้ไม่ยาก

เราคาดว่าช่อง One และ GMM Channel จะไต่ระดับขึ้นไปอยู่ในกลุ่มช่องผู้นำทีวีดิจิทัล (ไม่รวมช่องคู่ขนาน) ได้ไม่ยาก จากปัจจุบันมีเพียง 5 ช่องทีวีดิจิทัลที่มีส่วนแบ่งผู้ชมโดดเด่น ประกอบด้วย Workpoint TV (WORK), ช่อง 8 (RS), MONO29 (MONO), ไทยรัฐทีวี และ True4U (TRUE) ซึ่ง GRAMMY เหนือกว่าในแง่คุณภาพและปริมาณของทีมงานและนักแสดง นอกจากนี้ การมีคลังคอนเทนต์คุณภาพจำนวนมาก (ละคร 230 เรื่อง, วาไรตี้ 216 รายการ, คอนเสิร์ต 524 โชว์ และภาพยนตร์ 72 เรื่อง) ทำให้สามารถบริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ เราคาดรายได้ทีวีดิจิทัลของ GRAMMY ปี 57-60 จะเติบโตก้าวกระโดดจาก 116 ล้านบาท เป็น 3.4 พันล้านบาท

ธุรกิจเพลง โฮมชอปปิ้ง และอีเว้นท์ หนุนการฟื้นตัว

ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ ของ GRAMMY ที่มีแนวโน้มขยายตัวน่าสนใจ ประกอบด้วย (1) ธุรกิจเพลง มีรายได้เพิ่มจากการให้บริการคอนเทนต์ใน You Tube ปีละ 100-200 ล้านบาท และบริการมิวสิคสตรีมมิ่ง KKbox ปีละ 50-100 ล้านบาท ช่วยชดเชยการหดตัวของยอดขาย CD เพลงและยอดดาวน์โหลด (2) ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง คาดรายได้ปี 58-59 เติบโตเป็น 1.5-2 พันล้านบาท จากปี 57 อยู่ที่ราว 1.1 พันล้านบาท และ (3) ธุรกิจอีเว้นท์ คาดรายได้ปี 58 กลับสู่ภาวะปกติที่ราว 1.1 พันล้านบาท จากปี 57 อยู่ที่ 800-900 ล้านบาท (กระทบการเมือง)