SET จะลงมาสร้างฐานแถว 1560 จุด
SET View
- แนวโน้มSETมีโอกาสลงมาสร้างฐานในกรอบ 1560-1580 จุด(1)แรงกดดันจากการขายทำกำไรหุ้นบางตัว (sell-on-fact) ที่ผลประกอบการ 3Q57 แย่กว่าคาดและ/หรือมีโอกาสถูกปรับลดประมาณการผลประกอบการลง(2)สศช.รายงานตัวเลข GDP 3Q57 ของไทยเติบโตเพียง 0.6%YoY เทียบกับ +0.4%YoYในไตรมาสก่อนถือเป็นสัญญาณไม่ดี บ่งบอกถึงการฟื้นตัวที่ค่อนข้างช้าและจะกดดันจิตวิทยาการลงทุน(3) ราคาน้ำมันดิบยังคงทรงตัวในทิศทางขาลง ล่าสุด Brent กำลังทดสอบจุดต่ำสุดใหม่แถว US$76/บาร์เรล ยังคงกดดันจิตวิทยาการลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานบางตัว (4) ทางเทคนิค หาก SET ไม่ผ่านแนวต้าน Downtrend line บริเวณ 1580 จุด จะมีโอกาสกลับลงมาสร้างฐานบริเวณ 1560 จุด
- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน หาจังหวะซื้อเมื่ออ่อนตัว เพื่อไปรอขายช่วงที่ SET รีบาวน์ไปแถว 1600 จุด +/- แต่หาก SET ปิดต่ำกว่า 1560 จุดเน้นถือครองเงินสด
(1)Top Daily Pick : CK(เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีโอกาสชนะประมูลงานโครงการโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่จะมีความชัดเจนในต้นปีหน้า กออรกับมีโอกาสเติบโตจากธุรกิจสาธารณูปโภคที่ดำเนินการโดยบริษัทลูก) GRAMMY (เพิ่งปรับมูลค่าเหมาะสมขึ้น 24% มาที่ 23.80 บาท ทำให้มี Upside สูงสุดใน kktrade coverage ธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงของการ Turnaround)
(2)Technical Pick : JAS CK ESTAR MILL SITHAI
(3)Theme Play : หุ้นที่งบ 3Q57 ออกมาดีกว่าคาด (BEAUTY CK GRAMMY ITD JAS MAJOR NBC PTTEP RS SEAFCO SMPC SNC SST) หุ้นที่งบ 3Q57 แย่กว่าคาดแต่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว (EFORL GLOBALHANA KAMART THCOM) หุ้นกลุ่มนำตลาดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนสถาบัน (PTT SCB ADVANC SCC CPALL BBL AOT PTTGC INTUCH CPF CPN CK)
Trading
ระยะ 1-2 สัปดาห์
TradingBEAUTY CPF INTUCHITD MAJOR PTTGC SNC
ระยะ 3- 6 เดือนขึ้นไป
รายงานวันนี้
Update : GRAMMY (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 23.80 บาท) ยักษ์ใหญ่กำลังจะตื่น
Update : IRPC (ขาย / มูลค่าเหมาะสม 3.60 บาท) ราคาน้ำมันกดดันผลประกอบการ 4Q57
Update : IVL (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 26 บาท) ยังมีความเสี่ยงจาก oversupply
Update : PTT (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 371 บาท) ยังมี Upside จากผลของการปฏิรูปพลังงาน
Update : PTTGC (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 79 บาท)Downside เริ่มจำกัด
Result : SIRI (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 2.22 บาท) กำไรสุทธิออกมาดีกว่าคาด
Comment : HEMRAJ (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 4.60 บาท)WHA ขอซื้อหุ้นแบบเป็นมิตร
TUF หลังหมดปัจจัยบวกระยะสั้นน่าหาจังหวะทยอยสะสม
•TUF รายงานกำไรสุทธิ 3Q57 ที่ 1.9 พันล้านบาท (+26%QoQ และ +91%YoY)สูงเป็นประวัติการณ์และดีกว่าที่เราคาด 13% แม้ยอดขายค่อนข้างทรงตัวที่ 3.0 หมื่นล้านบาท (+3.3%YoY, +0.5%QoQ)แต่อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นที่ 17.2% ดีขึ้นจากจาก 16.7% ใน 2Q57 และจาก 13.9% ใน 3Q56 สาเหตุหลักจากต้นทุนทูน่าดิบในสต๊อกปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมารวมถึงธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐ USPN เริ่มกลับมามีกำไร
•สำหรับ 4Q57 ผลประกอบการมีแนวโน้มอ่อนตัวลงตามปัจจัยฤดูกาล จากการปรับลดราคาผลิตภัณฑ์ OEM ทูน่าลงเพื่อกระตุ้นยอดขาย และราคาทูน่าดิบในสต๊อกเริ่มทรงตัว แต่ตั้งแต่เดือนพ.ย.จะเริ่มรับรู้รายได้จากกิจการในยุโรปที่ซื้อมา(Merallianceและ King Oscar มียอดขายรวมกันต่อปีเท่ากับ US$300 ล้าน หรือ 8% ของยอดขาย TUF) ทำให้ผลประกอบการ 4Q57 จะลดลงไม่มากและตั้งแต่ 1Q58 เป็นต้นไป จะรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากกิจการดังกล่าว
•ผลประกอบการปี 58มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องด้วยปัจจัยสนับสนุน(1) ธุรกิจปลาทูน่า (47% ของยอดขาย)มีแนวโน้มฟื้นตัวจากทูน่า OEM ที่คาดลูกค้าจะกลับมาสั่งซื้อเพิ่มขึ้นหากราคาทูน่าเริ่มฟื้นตัว (2) ธุรกิจกุ้ง (24% ของยอดขาย)มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ผลจากธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายในสหรัฐสามารถหาแหล่งวัตถุดิบต้นทุนถูก และมีความสามารถในการขยายตลาดใหม่ๆ (3)ธุรกิจอื่นๆทั้ง ปลาซาร์ดีน แซลมอน อาหารสัตว์ และ สินค้าอื่นๆ (สัดส่วนยอดขายรวมกัน 31%)ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงมีแนวโน้มขยายตัวตามกลยุทธ์ขยายตลาดใหม่ๆด้วยสินค้าใหม่มูลค่าเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง (4) รับรู้รายได้จากกิจการที่ซื้อมา สัดส่วน 8% ของยอดขายปี 57 ไม่รวม Synergies ที่คาดจะเกิดขึ้นจากการใช้ฐานการผลิตของสองบริษัทมาผลิตสินค้าภายใต้ผลิตภัณฑ์ของ MWB ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง รวมถึงโอกาสในการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูงประเภทอื่นๆ
•เราประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 57 และ 58 ที่4.7 และ 6.08 บาทตามลำดับเติบโต 89% และ 29%เทียบกับค่า median ใน analyst consensus ของ SETTRADEที่ 4.75 บาท และ 5.43บาทตามลำดับ โดยเราให้คำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าเหมาะสมที่ 97 บาทซึ่งยังไม่รวมโอกาสปรับเพิ่มประมาณการในอนาคตจากเงินบาทที่อ่อนค่าลง (ทุก 1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเป็นบวกต่อประมาณการกำไรและมูลค่าเหมาะสมราว 7%), Synergies ที่เกิดจากการควบรวมกิจการ รวมถึงกิจการอื่นๆที่จะซื้อเข้ามาในอนาคต
ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นกว่า 19% จากจุดต่ำสุดปลายเดือนต.ค. สะท้อนกำไรสุทธิ 3Q57 ที่ดีกว่าคาดและปัจจัยบวกระยะสั้นจากการนำเข้าคำนวณในดัชนี MSCI Asia ในวันที่ 25 พ.ย.นี้,ได้รับคัดเลือกเข้าดัชนี Dow Jones Sustainability indices และการแตกพาร์จาก 1 บาท เหลือ 0.25 บาท (รอผู้ถือหุ้นอนุมติในการประชุมวันที่ 24 ธ.ค.นี้.)หลังจากนี้ไปราคาหุ้นมีโอกาสผันผวนตามการคาดการณ์เชิงลบต่อผลประกอบการ 4Q57 และจะเป็นโอกาสทยอยสะสมสำหรับการลงทุนระยะกลางขึ้นไป









