กำไร 3Q57 ดีกว่าคาด
3Q57 กำไรเติบโตจากขาย BMCL
CK ประกาศกำไรสุทธิ 3Q57 ที่ 1.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoY และ 285% QoQ ดีกว่าคาด 18% เกิดจากรายได้อื่นๆที่สูงกว่าคาด โดยผลประกอบการที่มีกำไรเติบโตมากมาจากการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุน BMCL จำนวน 1 พันล้านบาท ขณะที่มีรายได้จากธุรกิจปกติ 7.8 พันล้านบาท ลดลง 8% YoY และ 11%QoQ สาเหตุจากงานรถไฟฟ้าสายสีม่วงใกล้ปิดโครงการ ส่งผลต่อมูลค่างานก่อสร้างลดลง และมีงานต่อเนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีเขียว งานไซยะบุรี งานทางด่วนศรีรัช และอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดเป็น 9.1% จากเดิมที่ระดับ 9.6%
จะบันทึกกำไรขายเงินลงทุน CKP ใน 4Q57
สำหรับผลประกอบการ 4Q57 เราคาดว่า CK ยังคงมีกำไรจากการดำเนินงานปกติที่ทรงตัวใกล้เคียงกับ 3Q57 เนื่องจากการรับงานใหม่เพิ่งเซ็นสัญญา ส่งผลต่อการรับรู้รายได้ยังคงมาจากงานเดิม ซึ่งยังคงมาจากรถไฟฟ้า งานไซยะบุรี อย่างไรก็ดีใน 4Q57 จะมีบันทึกรายการพิเศษเพิ่มจากการขายเงินลงทุนใน CKP จำนวน 21 ล้านหุ้น คาดบันทึกกำไรจากการขายได้ 150 ล้านบาท ซึ่งเรายังไม่กำไรจากการขายดังกล่าวไว้ในประมาณการ
รอเซ็นสัญญาเพิ่ม 3 พันล้านบาท
CK เซ็นสัญญารับงานของโรงไฟฟ้าบางปะอิน-โคเจน มูลค่างาน 4.3 พันล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 2 ปี และ มีงานที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญากับ TTW อีก 3 พันล้านบาท ซึ่งคาดเซ็นสัญญาได้ภายในปลายปี 2557 ทำให้ CK จะมีงานในมือราว 9.8 หมื่นล้านบาท สำหรับปี 2558 นอกจากโอกาสรับงานจากโครงการเขื่อนน้ำบากมูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท ที่อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดโครงการ CK มีงานที่คาดหวังการเข้าประมูลและมีความชัดเจนในช่วงต้นปีคือรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่) มูลค่ารวม 2.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทเข้าประมูลและผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น โดยบริษัทสามารถรองรับงานที่เพิ่มขึ้นได้ด้วยมูลค่างานสูงสุดระดับ 4-5 หมื่นล้านบาทต่อปี
ผลตอบแทนดีจากกลุ่มบริษัทร่วม
เราคาดว่าในอนาคตศักยภาพการเติบโตของ CK นอกเหนือจากการเป็นผู้รับเหมารายใหญ่ 1 ใน 3 ของประเทศที่มีโอกาสรับงานจากงบประมาณภาครัฐแล้ว ในระยะยาว CK มีประโยชน์ที่ได้รับ (1) จากการเติบโตของกลุ่มบริษัทลูก (TTW BMCL BECL CKP) ในรูปเงินปันผลกำไรจากเงินลงทุน และ (2) งานก่อสร้างต่อเนื่องจากโครงการต่างๆเช่นโรงไฟฟ้าจาก CKP งานก่อสร้างจากงานสัมปทานเดินรถ BMCL และ BECL เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” คงมูลค่าเหมาะสมหุ้นละ 31.20 บาท









