เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบ ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงจากความกังวลต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบๆ โดยเงินบาทขยับแข็งค่าในช่วงต้นสัปดาห์รับข่าวตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกลงในช่วงต่อมา เช่นเดียวกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคที่อ่อนค่าลงตามทิศทางค่าเงินเยน แต่กระนั้น แรงขายเงินดอลลาร์ฯ ของผู้ส่งออก ชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทไว้บางส่วน
ในวันศุกร์ (14 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ฯ เท่ากับระดับในวันศุกร์ก่อนหน้า (7 พ.ย.)ค่าเงินบาท
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (17-21 พ.ย.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยตลาดอาจจับตาบันทึกการประชุมเฟดเพื่อหาสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในปีหน้า ขณะที่ ข้อมูลอื่นๆ ที่จะทยอยรายงานออกมาในระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ เครื่องชี้ตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจภาคการผลิตและภาคธุรกิจของเฟดสาขานิวยอร์กและฟิลาเดลเฟีย และดัชนีราคาผู้บริโภค นอกจากนี้ นักลงทุนอาจรอประเมินสัญญาณเศรษฐกิจจากข้อมูลอื่นๆ อาทิ จีดีพีประจำไตรมาส 3/57 ของญี่ปุ่น และ ดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนพ.ย. ของหลายๆ ประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ ตลาดการเงินในประเทศอาจมีจุดสนใจเพิ่มเติมในช่วงต้นสัปดาห์ที่การประกาศข้อมูลจีดีพีประจำไตรมาส 3/57 ของไทย
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
ดัชนี SET ปรับลดลง โดยมีแรงขายทำกำไรต่อความกังวลต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,575.88 จุด ลดลง 0.16% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 5.61% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 52,617.13 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 751.65 จุด ลดลง 1.32% จากสัปดาห์ก่อน
ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงขายทำกำไร สลับกับแรงซื้อ LTF และ RMF ก่อนที่ตลาดจะปรับลดลงในวันพุธ จากความกังวลต่อความเป็นไปได้ที่ทางการจะมีมาตรการดูแลหุ้นร้อนแรง อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นปรับพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ที่ได้รับผลดีจากการปรับโครงสร้างพลังงานให้เป็นไปตามกลไกตลาดมากขึ้น ทั้งนี้ ในวันศุกร์ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับลดลง ท่ามกลางความกังวลต่อการปรับลดประมาณการผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนโดยนักวิเคราะห์ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย
แนวต้าน 1,602 และ 1,620 จุด
แนวรับ 1,555 และ 1,530 จุด
ที่มา: บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (17-21 พ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวขึ้น โดยต้องจับตาการเปิดเผยข้อมูลจีดีพีไตรมาส 3/57 ของไทย สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะทยอยรายงานออกมา อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม รวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการเปิดเผยบันทึกการประชุมของเฟดด้วย









