คาดไตรมาส 3/57 เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี
ประเด็นการลงทุน
หากไม่รวมกำไรจากการขายหลักทรัพย์ แนวโน้มกำไรระยะสั้นของ CK อาจดูไม่โดดเด่นมากนักเนื่องจากบริษัทไม่ได้มีสัญญาโครงการขนาดใหญ่ใดๆเพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 4/56 จนถึงไตรมาส 3/57 ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง การก่อสร้างโครงการเดิมกำลังแล้วเสร็จ ในขณะที่งานใหม่จะมีความคืบหน้าค่อนข้างช้าในช่วงเริ่มแรกของการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม เราไม่คิดว่าราคาหุ้นของ CK จะปรับตัวได้แย่กว่าตลาด เนื่องจากบริษัทยังมีโครงการขนาดใหญ่รอการประมูลอีกหลายโครงการ นอกจากนี้ ข้อมูลในอดีตยังบ่งชี้ว่าราคาหุ้นปรับตัวสอดคล้องกับแนวโน้มการประมูลมากกว่าความคาดหวังต่อกำไรในระยะสั้นอีกด้วย เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ที่ 38 บาท
คาดไตรมาส 3/57 เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี
เราคาด CK จะรายงานผลกำไรสุทธิไตรมาส 3/57 ที่ 1.26 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY และ 305% QoQ หากไม่รวมกำไรก่อนหักภาษี 1 ล้านบาทจากการขายหลักทรัพย์ BMCL จำนวน 1,025 ล้านหุ้นที่ราคาหุ้นละ 1.65 บาท กำไรหลักจะลดลง 6% YoY แต่เพิ่มขึ้น 48% QoQ กำไรหลักที่ลดลง YoY โดยหลักแล้วเป็นผลจากดอกเบี้ยรับที่ลดลงจากการปรับโครงสร้างหนี้ของ BMCL เรามองว่ากำไรจากการก่อสร้างจะทรงตัว YoY โดยอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นน่าจะสามารถกลบผลกระทบจากรายได้ก่อสร้างที่ลดลงได้ทั้งหมด ส่วนกำไรหลักที่คาดจะเติบโตก้าวกระโดดจะมีปัจจัยหนุนจากเงินปันผลรับที่มากขึ้น (330 ล้านบาทในไตรมาส 3/57 เทียบกับ 115 ล้านบาทในไตรมาส 2/47)
การเติบโตในปีหน้าจะมาจากโครงการใหม่ในช่วงไตรมาส 4/57 ถึงครึ่งแรกของปี 2558
หลังบันทึกรายได้ไตรมาส 3/57 มูลค่างานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้คาดจะอยู่ที่ 98,000 ล้านบาท (รวมโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าบางปะอินมูลค่า 4.3 พันล้านบาทที่พึ่งลงนามสัญญาล่าสุด และโครงการของ TTW มูลค่า 2.9 พันล้านบาทซึ่งจะทำการลงนามในเร็วๆนี้) เรามองว่ามูลค่างานในมือดังกล่าวจะส่งผลให้รายได้ทรงตัวในปีหน้า ดังนั้น ปัจจัยซึ่งจะหนุนการเติบโตจึงขึ้นอยู่กับจำนวนสัญญาโครงการใหม่ที่บริษัทจะลงนามในระหว่างช่วงไตรมาส 4/57 จนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2558 ส่วนโครงการขนาดใหญ่ที่ขั้นตอนการประมูลน่าจะเสร็จสิ้นภายในกลางปี 2558 ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีเขียวเข้มมูลค่า 26,500 ล้านบาท และโครงการรถไฟรางคู่ (จิระ-ขอนแก่น) มูลค่า 26,000 ล้านบาท โดย MRT คาดจะลงนามสัญญากับผู้ชนะประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสีเขียวเข้มทั้งสี่สัญญาในไตรมาส 1/58 ส่วนโครงการรถไฟรางคู่น่าจะเปิดการประมูลในเร็วๆนี้
ยังมีโครงการอื่นๆจากบริษัทที่ร่วมลงทุน
นอกจากโครงการภาครัฐ เรายังมองว่า CK มีโอกาสจะได้โครงการจากบริษัทที่ร่วมลงทุนอื่นๆอีกด้วย โดย BMCL มีแนวโน้มที่จะลงนามสัญญาบริหารการเดินรถสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ซึ่งน่าจะมอบงานระบบรถไฟฟ้าให้แก่ CK เป็นผู้ก่อสร้างและติดตั้งในปีหน้า
ส่วนโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำบาก ในสปป.ลาวมูลค่า 17,000 ก็จะเป็นอีกหนึ่งโครงการขนาดใหญ่ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่างานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ของ CK ในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 เช่นกัน
แนวโน้มอัพไซด์จากอัตรากำไรที่ขยายตัว
ผู้บริหารแนะว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัว แต่เรามองว่าอัตรากำไรดังกล่าวจะมีอัพไซด์ในปีหน้าจากราคาเหล็กและน้ำมันที่ลดลง นอกจากนี้ ราคาปูนซีเมนต์ก็คาดจะถูกกดดันในปี 2558 หลังโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ใหม่ของ TPIPL จะเริ่มดำเนินการในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า









