ผลกำไรไตรมาส 3/57 ต่ำกว่าคาด; กำไรหลักคาดเติบโตในไตรมาส 4/57
ต่ำกว่าคาด
BCP รายงานผลกำไรสุทธิไตรมาส 3/57 ที่ 381 ล้านบาท ลดลง 72% YoY และ 70% QoQ หากไม่รวมกำไรจากธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน 176 ล้านบาท, กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 175 ล้านบาท และขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน 1,408 ล้านบาท กำไรหลักจะอยู่ที่ 1,430 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% YoY และ 152% QoQ ต่ำกว่าคาดการณ์ของเรา 26% จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงกว่าคาด (แต่สูงกว่าที่ตลาดคาด 31%)
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
กำไรหลักที่เติบโตเป็นผลจาก 1) ค่าการกลั่นตลาดที่สูงขึ้น (สูงขึ้น 44% YoY และ 42% QoQ เป็น 6.9 เหรียญต่อบาร์เรล), 2) ปริมาณน้ำมันดิบเข้ากลั่นที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้น 100% QoQ [ลดลง 4% YoY] เป็น 97KBD) , 3) ค่าการตลาดค้าปลีกที่ปรับตัวขึ้น (เพิ่มขึ้น 34% YoY [ลดลง 11% QoQ] เป็น 0.71 บาทต่อลิตร) และ 4) ส่วนแบ่งรายได้จากหน่วยธุรกิจโซลาร์ที่มากขึ้น เนื่องจากโซลาร์ฟาร์มเฟส 3 ซึ่งเริ่มดำเนินการผลิตเมื่อไตรมาส 2/57 สามารถดำเนินการผลิตได้เต็มไตรมาสในไตรมาสที่ 3/57 ส่งผลให้กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคาในไตรมาสดังกล่าวอยู่ที่ 709 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91% YoY และ 4% QoQ ทั้งนี้บริษัทมีการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเป็นระยะเวลา 46 วันในไตรมาส 2/57
แนวโน้ม
จากการที่ BCP ยังคงประมาณการปริมาณน้ำมันดิบเข้ากลั่นในปี 2557 ไว้ที่ 90-94KBD เราคาดว่าปริมาณน้ำมันดิบเข้ากลั่นในไตรมาส 4/57 จะเพิ่มขึ้น 9% YoY และ 13% QoQ เป็น 110 KBD ส่งผลให้ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดปรับตัวขึ้นเช่นกัน พร้อมกันนี้ ค่าการกลั่นตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น YoY และจะทรงตัว QoQ หนุนจากช่วงไฮซีซั่นของอุปสงค์ในฤดูหนาว นอกจากนี้เรายังมองว่าค่าการตลาดค้าปลีกก็จะปรับตัวขึ้น YoY (แต่ทรงตัว QoQ) หนุนจากค่าการตลาดของลูกค้าอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้น
ถึงแม้เราคาดว่ากำไรหลักน่าจะแข็งแกร่งในไตรมาส 4/57 แต่กำไรสุทธิกลับมีความเสี่ยงขาลงอย่างมีนัยสำคัญจากขาดทุนสต๊อกน้ำมัน หากราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 85 เหรียญต่อบาร์เรล เราคาดการณ์เบื้องต้นว่าขาดทุนสต๊อกน้ำมันของบริษัทจะอยู่ที่ราวๆ 5 พันล้านบาทสำหรับไตรมาส
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ลง 10% เป็น 4,653 ล้านบาทเพื่อสะท้อนกำไรพิเศษและขาดทุนสต๊อกน้ำมันที่บันทึกในไตรมาส 3/57
คำแนะนำ
เรายังคงมีความกังวลต่อประเด็นแนวโน้มการขายหุ้น BCP โดย PTT และแผนการของ BCP ที่จะขยายไปยังธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมากขึ้น รวมถึงความเสี่ยงต่อกำไรในปีนี้จากราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง ในขณะที่ค่าการกลั่นซึ่งมีแนวโน้มเป็นขาลงในปีหน้าก็จะเป็นปัจจัยจำกัดอัพไซด์ต่อราคาหุ้น ราคาหุ้น ณ ขณะนี้บ่งชี้ค่า PER ปี 2558 ที่ 11 เท่าสำหรับหน่วยโรงกลั่นและหน่วยค้าปลีก สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของ BCP อยู่ 10%









