วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BEC

กำไรต่ำสุดในรอบ 11 ไตรมาส

กำไรลดลง YoY ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3

BEC รายงานกำไร 3Q57 ลดลงหนักต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ตามที่เราคาด โดยมีกำไรเพียง 1.1 พันล้านบาท ลดลง 22% YoY และ 8% QoQ เนื่องจากมีต้นทุนเพิ่มบริการทีวีดิจิทัล (3HD, 3SD, 3Family) ในขณะที่รายได้ยังเติบโตไม่ทัน โดยเรายังคงคาดความอ่อนแอของผลประกอบการ BEC จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในปี 58-59 (คาดกำไรเติบโตเพียง 1-4% ต่อปี) เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้ช่อง 3 อนาล็อก (คู่ขนานช่อง 3HD) ไม่สามารถปรับขึ้นค่าโฆษณาได้ง่ายเหมือนในอดีต นอกจากนี้ ยังถูกกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายผลิตรายการใน 2 ช่องทีวีดิจิทัลใหม่อีกด้วย (3SD, 3Family) เราจึงคงคำแนะนำ “ขาย” โดยปรับไปใช้มูลค่าเหมาะสมปี 58 ที่ 44.30 บาท (จากเดิมปี 57 ที่ 41.60 บาท)

อัตรากำไรขั้นต้นต่ำสุดในรอบ 8 ปี

แม้ว่ารายได้ของ BEC จะยังแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับภาวะอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาโทรทัศน์รวม โดยงวด 3Q57 BEC มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 6% QoQ เป็น 4.2 พันล้านบาท ในขณะที่เม็ดเงินโฆษณาสื่อโทรทัศน์หดตัว 1% QoQ แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการให้บริการช่องทีวีเพิ่มอีก 3 ช่อง รวมทั้งมีต้นทุนลิขสิทธิ์รายการเพิ่มขึ้น (การถ่ายทอดสดกีฬาเอเชียนเกมส์ 19 ก.ย.-4 ต.ค.) กดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นมาอยู่ที่เพียง 44% ต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี (ต่ำกว่าช่วงน้ำท่วมปี 54 อีกด้วย) จึงทำให้กำไรลดลงเหลือ 1.1 พันล้านบาท ต่ำที่สุดในรอบ 11 ไตรมาส

ทยอยลงรายการใหม่กดดันอัตรากำไรต่อเนื่อง

เราคาดกำไร 4Q57 จะยังคงทรงตัวในระดับต่ำต่อเนื่องราว 1.1 พันล้านบาท ลดลง 19% YoY แม้รายได้ค่าโฆษณาจะมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นตามฤดูกาลขายโฆษณาช่วงปลายปี แต่อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการดำเนินงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกันจากการทยอยลงรายการใหม่ใน 2 ช่องทีวีดิจิทัลใหม่เพิ่มขึ้น (3SD, 3Family) เพื่อสร้างฐานผู้ชมหลังปล่อยให้ผู้ให้บริการช่องฟรีทีวีรายใหม่ช่วงชิงความเป็นผู้นำช่องทีวีดิจิทัล (ไม่รวมช่องคู่ขนาน) ไปได้ในช่วงแรกของการออกอากาศ เราจึงยังคงคาดกำไรปี 57 ที่ 4.5 พันล้านบาท ลดลง 19% YoY

ยังไม่น่าสนใจในช่วง 1-2 ปี ต่อจากนี้

เรามองว่าการเกิด “ทีวีดิจิทัล” เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของ BEC เนื่องจากทำให้จำนวนคู่แข่งขันเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 24 ช่อง ส่งผลให้การปรับขึ้นค่าโฆษณาคงไม่ง่ายเหมือนในอดีตที่มีคู่แข่งเพียง 5 ช่องเท่านั้น นอกจากนี้ การออกอากาศทีวีดิจิทัลยังทำให้ BEC มีต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกด้วย (ค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตและค่าเช่าโครงข่าย) เราจึงคาดผลประกอบการของ BEC จะอยู่ในช่วงชะลอตัวในอีก 1-2 ปี คาดกำไรเติบโตเพียง 1-4% ต่อปี ทำให้มีความน่าสนใจน้อยกว่า WORK, RS, GRAMMY และ NBC ที่เราคาดกำไรจะเติบโตโดดเด่นจาก “ทีวีดิจิทัล”

Key Income Statement & Financial Ratio (Year Ended - Dec.)