วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้ตลาดเช่าซื้อสัญญาณบวก

ลิสซิ่งกสิกรชี้เดือนต.ค. เริ่มเห็นสัญญาณบวกสินเชื่อเช่าซื้อ คาดทั้งปีโต 1% พร้อมปรับพอร์ตเน้นรถเชิงพาณิชย์

นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า พอร์ตสินเชื่อของธนาคารในขณะนี้อยู่ที่ 8.8 หมื่นล้านบาท ยังติดลบอยู่หลักร้อยล้านบาท แต่ในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้เชื่อว่าจะสามารถทำให้พอร์ตสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็น 9 หมื่นล้านบาทและกลับมาเติบโตเป็นบวกได้ประมาณ 1% จากสิ้นปีก่อน เนื่องจากเป็นฤดูกาลที่ยอดขายรถจะเพิ่มขึ้น โดยในเดือนต.ค.ที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณที่เป็นบวกในสินเชื่อเช่าซื้อแล้ว ขณะที่ดีลเลอร์รถยนต์เริ่มสต๊อกรถยนต์มากขึ้น ทำให้มีความต้องการใช้สินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ (FLOOR PLAN) มากขึ้น

ส่วนปี 2558 เชื่อว่าตลาดจะยังเติบโตได้ไม่มาก โดยตลาดรถยนต์คาดว่าจะเติบโต 5-10% หรือมียอดขายรถใหม่ 9 แสนคัน แต่สินเชื่อเช่าซื้อของธนาคารจะเติบโตได้ประมาณ 2% ทั้งนี้คาดตลาดรถจะฟื้นตัวได้ในปี 2559 สำหรับการขยายสินเชื่อเช่าซื้อในปีหน้าธนาคารจะหันไปเน้นสินเชื่อรถช่วยได้ และสินเชื่อรถเช่าให้กับองค์กรต่าง ๆ เนื่องจากความต้องการในการขยายธุรกิจในเออีซี รวมถึงสินเชื่อฟอร์แพลน ทำให้คาดว่าโครงสร้างสินเชื่อของธนาคารในปีหน้าจะมีสัดส่วนของรถใหม่ลดลง จากปีนี้ที่มีสัดส่วนรถใหม่ 60% ที่เหลือเป็นสินเชื่อเพื่อใช้รถในองค์กร(FLEET) สินเชื่อรถช่วยได้ 10% แต่ในปีหน้าคาดว่าสัดส่วนรถใหม่จะลดลงเหลือ 55%

แม้ยอดขายรถยนต์ปีนี้จะหดตัวลง 40% แต่รถเชิงพาณิชย์ยังปรับลดลงน้อยกว่า หรือลดลงเพียง 30% เนื่องจากยังมีความต้องการอยู่ ส่วนปี 2558 คาดว่าตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์จะปรับตัวดีขึ้น 5% ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ เรื่องการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนรวมถึงการเปิดเสรีทางการค้าภายใต้กรอบ AEC จะเป็นอีกแรงหนุนหนึ่งที่สำคัญ ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการขนส่งมีการขยับขยายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดรถบรรทุกขนาดเล็ก (MINI TRUCK) ยังมีแนวโน้มที่ดี ตามการขยายตัวของธุรกิจเอสเอ็มอี เนื่องจากเป็นรถราคาประหยัด มีขนาดเล็ก ต้นทุนการใช้งานที่ต่ำ มีความคล่องตัวเหมาะกับการใช้งานของเอสเอ็มอี

พอร์ตเช่าซื้อแบงก์8.8หมื่นล้าน

ปัจจุบันธนาคารมีพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ ประมาณ 8.8 หมื่นล้านบาท มาจากรถยนต์เชิงพาณิชย์ 50% ลูกค้ากลุ่มนี้มีความสามารถในการชำระหนี้ที่ดี เนื่องจากเป็นการใช้รถเพื่อการทำธุรกิจ โดยมีเอ็นพีแอลในระดับ 1.5% เท่านั้น ทั้งนี้ยอมรับว่าลูกค้าผู้ประกอบการเป็นกลุ่มที่ธนาคารจะพิจารณาสินเชื่อได้ยากกว่าลูกค้ากลุ่มมนุษย์เงินเดือน แต่ธนาคารมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจเอสเอ็มอี ทำให้มีเครื่องมือในการพิจารณาสินเชื่อลูกค้ากลุ่มนี้

ล่าสุดบริษัทได้ร่วมกับบริษัท ตงฟง มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำในธุรกิจการผลิตและจำหน่ายรถบรรทุกขนาดเล็ก เปิดโครงการ “ตงฟง เยส!” (DFSK YES!) เพื่อช่วยลูกค้าที่ต้องการขายรถยนต์ตงฟงเก่าและแลกซื้อรถยนต์ตงฟงใหม่ หรือลูกค้าที่ต้องการซื้อรถยนต์มือสองที่มีการรับประกันคุณภาพโดย ตงฟง มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้รับซื้อรถเก่าโดยตรง จึงสามารถกำหนดราคารับซื้อรถเก่าด้วยราคาที่ยุติธรรม เหมาะสมตามสภาพรถ รวมทั้งการจำหน่ายรถยนต์ ตงฟงมือสองที่ผ่านมาตรฐานตงฟงแล้วด้วย โดยลีสซิ่งกสิกรไทยจะสนับสนุนสินเชื่อเช่าซื้อแก่ลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการ “ตงฟง เยส!” ที่ต้องการซื้อรถยนต์ตงฟงทั้งมือหนึ่งและมือสองในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยอัตราดอกเบี้ยรถใหม่อยู่ที่ 3.2% วางเงินดาวน์ 20-25% โดยตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อผ่านโครงการนี้ได้ 300 คัน หรือวงเงินสินเชื่อประมาณกว่า 40 ล้านบาท ในสิ้นปีหน้า

นายสุรัตน์ กล่าวว่า ในปี 2557 บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อสำหรับรถใหม่ของตงฟง จำนวนรวม 1,300 คัน วงเงินรวม 360 ล้านบาท และมีสินเชื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ (FLOOR PLAN) สำหรับ ดีลเลอร์ของตงฟง วงเงินรวม 150 ล้านบาท โดยคาดว่าในปี 2558 จะมียอดสินเชื่อกับตงฟงในปริมาณใกล้เคียงกัน

ตงฟงคาดยอดขายสิ้นปี2,300คัน

ด้านนายพิทยา ธนาดํารงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตงฟง มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบรรทุกขนาดเล็กภายใต้แบรนด์ตงฟง กล่าวว่า บริษัทจะรับเทิร์นรถยนต์ตงฟงมือสองไปปรับสภาพและตรวจสอบคุณภาพใหม่หมดทุกคันที่โรงงานประกอบรถยนต์ของตงฟง ก่อนจะจำหน่ายรถตงฟงมือสองผ่านทางเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายรถตงฟง 50 สาขาทั่วประเทศ โดยจะรับประกันคุณภาพ 1 ปีหรือ 20,000 กิโลเมตรและมีลีสซิ่งกสิกรไทย เป็นผู้สนับสนุนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ตงฟงทั้งรถมือหนึ่ง และมือสองด้วยเงื่อนไขที่พิเศษ

สำหรับยอดขายของรถยนต์ตงฟงในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ มีจำนวน 1,814 คัน และภายในสิ้นปีนี้คาดว่าสามารถทำยอดขายได้ถึง 2,300 คัน ตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และมีกลุ่มลูกค้าที่เริ่มสนใจเป็นเจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ ต้องการรถบรรทุกขนาดเล็กดัดแปลงเพื่อค้าขายสินค้าหรือรถอาชีพจำนวนมากขึ้น

“ปัจจุบันรถยนต์ญี่ปุ่นมีอัตราเสื่อมในปีแรกโดยเฉลี่ยประมาณ 30% และ 40% ในปีที่สอง สำหรับรถยนต์ตงฟง คาดว่าจะมีค่าเสื่อมในปีแรกอยู่ที่ไม่เกิน 40%และในปีที่ 2 ไม่เกิน 50% ซึ่งเปรียบเทียบกับราคารถที่ห่างกว่ารถตลาดถึงสองเท่า ทางบริษัทฯเชื่อว่าอัตราค่าเสื่อมของรถยนต์ตงฟงน่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ผู้บริโภครับได้อย่าง ซึ่งในตลาดรถพาณิชย์ ราคารถมือสองเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคคำนึงและไตร่ตรองก่อนซื้อรถใหม่ บริษัทฯเชื่อว่าโครงการ "ตงฟง เยส!" จะช่วยให้ลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์ตงฟงมากขึ้นและสามารถผลักดันยอดขายรถยนต์ของบริษัทตงฟงทั้งรุ่นเดิมและรุ่นใหม่ที่เพิ่งออกขายล่าสุด 3 รุ่นในปีนี้”

ธนชาตเร่ขายเอ็นพีแอล

ก่อนหน้านี้ธนาคารธนชาตได้ขายเอ็นพีแอลมาแล้วหลายครั้ง และในเดือนก.ย.ที่ผ่านมาได้ทำการโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้ด้อยคุณภาพของสินเชื่อ เช่าซื้อรถยนต์ให้กับ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) มูลค่า 465 ล้านบาท และบริษัท บริหารสินทรัพย์เจ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของเจเอ็มทีอีก 986 ล้านบาท รวมมูลค่า 1,451 ล้านบาท