ปรับไปใช้มูลค่าเหมาะสมปี 58
ปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมเป็น 26.90 บาท (จากเดิม 22 บาท)
เราปรับไปใช้มูลค่าเหมาะสมปี 58 ที่ 26.90 บาท (จากเดิมมูลค่าเหมาะสมปี 57 ที่ 22 บาท) โดยยังคงประเมินด้วยวิธี PE Multiple ที่ 20 เท่า ใกล้เคียงกับค่า PE ปกติของกลุ่ม Media เคลื่อนไหวอยู่ที่ 20-25 เท่า คาดผลประกอบการปกติ (ไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน) งวด 4Q57 จะยังทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 214 ล้านบาท เติบโต 12% YoY และเติบโตต่อเนื่อง 18% YoY ในปี 58 โดย MAJOR ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในการใช้กลยุทธ์การตลาดเพื่อดึงลูกค้าให้เข้าโรงภาพยนตร์ทำให้ยอดขายตั๋วชมภาพยนตร์และยอดขายอาหารและเครื่องดื่มหน้าโรงภาพยนตร์งวด 9M57 เติบโตต่อเนื่อง 6% YoY และ 9% YoY ตามลำดับ แม้ว่าจะไม่มีภาพยนตร์ทำสถิติรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์เหมือนในปีก่อน
แนวโน้มกำไรปกติ 4Q57 เติบโต 12% YoY
แม้ว่าช่วงต้น 4Q57 จะยังไม่มีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เข้าฉายทำให้ยอดขายตั๋วชมภาพยนตร์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3% YoY แต่อย่างไรก็ดี ช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. จะมีภาพยนตร์ภาคต่อฟอร์มยักษ์เข้าฉาย 2 เรื่อง (Hunger Games และ The Hobbit) และด้วยราคาตั๋วชมภาพยนตร์เฉลี่ยที่สูงขึ้นจากปีก่อนราว 3-6% จะทำให้รายได้จากการขายตั๋วชมภาพยนตร์เติบโตต่อเนื่อง 6% YoY ในขณะที่ยอดขายอาหารและเครื่องดื่มจะเติบโตโดดเด่นกว่า 16% YoY จากการเพิ่มราคาและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น (Box Set ตัวการ์ตูนยอดนิยม) คาดกำไรปกติเติบโต 12% YoY
ปรับเพิ่มกำไรปี 57-58 ขึ้นจากเดิม 11-12%
ปี 57 MAJOR ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในการเพิ่มประสิทธิภาพยอดขายและกำไรจากธุรกิจขายอาหารและเครื่องดื่มหน้าโรงภาพยนตร์ (Concession) ทำให้สัดส่วน Concession ต่อยอดขายตั๋วชมภาพยนตร์เพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ 30% เป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ (ปี 55-56 อยู่ที่ 27-29%) และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็นราว 70% (ปี 55-56 อยู่ที่ 65-69%) นอกจากนี้ การลดสัดส่วนการผลิตและจำหน่าย VCD และ DVD ภาพยนตร์ลงและเพิ่มสัดส่วนการเป็นตัวแทนจำหน่ายภาพยนตร์จากต่างประเทศมากขึ้นยังทำให้ธุรกิจจำหน่ายภาพยนตร์พลิกกลับมามีกำไรต่อเนื่อง เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 57-58 ขึ้นจากเดิม 11-12% โดยรวมกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในงวด 9M57 ราว 70 ล้านบาทเข้าในประมาณการ
เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “เก็งกำไร”
เรามองว่าราคาหุ้น MAJOR ได้ปรับเพิ่มขึ้นสะท้อนผลประกอบการที่ดีกว่าคาดในปี 57 บ้างแล้ว ซื้อขายที่ PE ปี 57 ที่ราว 19 เท่า แต่ยังไม่สะท้อนต่อแนวโน้มการเติบโตในปี 58 ซื้อขายที่ PE ปี 58 เพียง 18 เท่า ต่ำกว่าค่า PE ปกติของกลุ่ม Media เคลื่อนไหวอยู่ที่ 20-25 เท่า นอกจากนี้ ยังมีโอกาสรับรู้กำไรพิเศษจากการขายที่ดินของบริษัทร่วม (SF) ที่เบื้องต้นเราประเมินอยู่ที่ราว 184 ล้านบาท ในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า (ยังไม่รวมในประมาณการ) เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “เก็งกำไร” (จากเดิม “ขาย”)








