กำไรหลักไตรมาส 3/57 เป็นไปตามคาด
กำไรหลักเป็นไปตามคาด
CPALL รายงานกำไรไตรมาส 3/57 ที่ 2.7 พันล้านบาท ทรงตัว YoY และเพิ่มขึ้น 19% QoQ ซึ่งหากไม่รวมอัตรากำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 237 ล้านบาท กำไรหลักจะอยู่ที่ 2.45 พันล้านบาท ลดลง 20% YoY แต่เพิ่มขึ้น 9% QoQ กำไรหลักนั้นเป็นไปตามที่เราคาดและปต่ำกว่าตลาดอยู่ 10% กำไร 9 เดือนแรกของปี 2557 คิดเป็น 73% ของประมาณการกำไรของเราทั้งปี 2557
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
รายได้เติบโต 6% YoY เป็น 87.7 พันล้านบาท ขณะที่ยอดขายสาขาเดิม (ไม่รวม T&E) ลดลง 4.5% YoY (เราคาดลดลง 1%) เนื่องจากสภาวะการบริโภคที่อ่อนแอและการทำแคมเปญแสตมป์ของบริษัทนั้นไม่ประสบความสำเร็จ โดยจำนวนการซื้อของผู้บริโภคปรับตัวลดลง 3% YoY เป็น 1,219 ครั้ง/สาขา/วัน และมูลค่าการซื้อต่อครั้งลดลง 2% YoY เป็น 62 บาท
CPALL เปิดสาขาใหม่จำนวน 149 สาขาในไตรมาส 3/57 ทำให้จำนวนสาขาใหม่ใน 9 เดือนแรกของปี 2557 อยู่ที่ 536 สาขา ซึ่งคิดเป็น 89% ของเป้าหมายสาขาใหม่ที่ 600 สาขา
อัตรากำไรสินค้าสะดวกซื้อ (ไม่รวม T&E) อยู่ที่ 26% ทรงตัว YoY ทั้งนี้อัตรากำไรของสินค้าประเภทอาหารปรับตัวลดลง 10bps YoY ซึ่งถูกชดเชยด้วยอัตรากำไรของสินค้าที่ไม่ใช่อาหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 30bps
ยอดขายสาขาเดิมที่ลดลงถูกชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งลดลง 4% YoY เป็น 14.3 พันล้านบาท (ไม่รวม MAKRO) ในไตรมาส 3/57 อันเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและค่าธรรมเนียมในการเข้าซื้อกิจการ MAKRO ที่ลดลง
แนวโน้ม
ยอดขายสาขาเดิมมีแนวโน้มอ่อนแอต่อเนื่องในไตรมาส 4/57 ถึงแม้ฐานจะต่ำ ทั้งนี้เนื่องจากแคมเปญแสตมป์นั้นจะสิ้นสุดในปลายเดือนพ.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม กำไรไตรมาส 4 น่าจะเห็นการเติบโต YoY เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 3/56 หนุนโดยฐานต่ำจากค่าธรรมเนียมในการเข้าซื้อกิจการ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เราคงประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของเราไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
แม้ผลประกอบการของบริษัทจะอ่อนแอ CPALL ยังเป็นหุ้นที่เราชื่นชอบในระยะยาวเนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจนในอนาคต ในมุมมองของเรา เวลาที่เหมาะสมในการเข้าสะสมหุ้นน่าจะเป็นช่วงปลายไตรมาส 4/57 ก่อนที่การดำเนินงานของบริษัทจะกลับมาโดดเด่นอีกครั้งในปี 2558









