วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SET INDEX แกว่งกรอบแคบ รอผลการประชุม ECB

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐฯ และยุโรป (30 ต.ค. - 5 พ.ย. 2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวขึ้น โดย DJIA +3.0%, DAX +2.6%, CAC ฝรั่งเศส +2.4% และ FTSE +1.3% หลังธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมจากเดิมที่ 60 ล้านล้านเยนต่อปี เป็น 80 ล้านล้านเยนต่อปี ส่งผลบวกให้เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง นอกจากนี้ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ เดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น 2.3 แสนตำแหน่ง ดีกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 2.2 แสนตำแหน่ง และพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาสูงได้เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ส่งผลให้ตลาดเชื่อว่าภาคธุรกิจจะได้ประโยชน์เนื่องจากนโยบายของพรรครีพับลิกันสนับสนุนภาคธุรกิจเอกชนมากกว่าพรรคเดโมแครต

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (30 ต.ค. - 5 พ.ย. 2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 2.0% จากแรงเก็งกำไรต่อการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ อย่างไรก็ตามตัวเลขเศรษฐกิจอย่างดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือน ต.ค.ของจีนต่ำกว่าที่ตลาดคาด อีกทั้งแรงขายทำกำไรหลังตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การปรับตัวขึ้นยังเป็นไปอย่างจำกัดในสัปดาห์ที่ผ่านมา

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (30 ต.ค. - 5 พ.ย. 2557)

SET INDEX ปรับตัวขึ้นแรงหลังการประชุม BoJ เพิ่มปริมาณเงินจากเดิม Yen60-70 ล้านล้าน/ปี เป็น Yen80 ล้านล้าน ส่งผลให้ SET INDEX ไต่ระดับขึ้นทะลุ 1,580 จุดระหว่างสัปดาห์ อย่างไรก็ตามเผชิญกับแรงขายทำกำไรมากขึ้น เนื่องจากภาพรวมขาดปัจจัยบวกใหม่เข้าหนุนการลงทุน อีกทั้งนักลงทุนส่วนใหญ่รอดูผลการประชุม ECB ในวันที่ 6 พ.ย.ส่งผลให้ SET INDEX ยังไม่สามารถปิดยืนเหนือ 1,580 จุดได้ ปิดที่ระดับ 1,577.40 จุด เพิ่มขึ้น 14.73 จุด หรือ +0.94% ณ วันที่ 29 ต.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (7 - 13 พ.ย. 2557)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนในสัปดาห์หน้าเป็น “กลางถึงบวก” เป็นสัปดาห์ที่ 2 พร้อมยืนยัน SET INDEX เสร็จสิ้นการปรับฐานรอบใหญ่บริเวณ 1,520 จุดไปใน 2 สัปดาห์ก่อน โดยภาพในสัปดาห์หน้าขึ้นอยู่กับผลการประชุม EBC เย็นวันที่ 6 พ.ย.นี้

• หาก ECB ประกาศกรอบวงเงินการเข้าซื้อ Covered Bond และ ABS พร้อมกรอบเวลาที่ชัดเจน เชื่อว่าจะยังไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้ดีขึ้น หรือมีน้ำหนักเป็นกลาง // โอกาสเกิด Sell on Fact กรณีนี้มีความเป็นไปได้ SET INDEX จะย่อตัวลง 1,565-1,570 จุด

• แต่หาก ECB ตัดสินใจเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น เพิ่มการเข้าซื้อพันธบัตรของประเทศสมาชิกในกลุ่มอียู พร้อมวงเงินและกรอบเวลาที่ชัดเจน จะเป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก แต่จะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างน้ำมัน เพราะถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มแข็งค่ามากยิ่งขึ้น // กรณีนี้ SET INDEX มีโอกาสดีดตัวขึ้นทดสอบ 1,600 จุด ได้อีกครั้ง ผลักดันด้วยเงินทุนต่างชาติไหลเข้าหนาแน่น

กลยุทธ์การลงทุน MBKET แนะนำ “เลือกเก็งกำไรเป็นรายตัวลักษณะ Swing Trade คือขึ้นแรงขาย / ลงซื้อ” เน้นหุ้นที่ผลการดำเนินงานใน 3Q57 จะเติบโตโดดเด่น แต่ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนภาพ เช่น MFEC / IFEC / BEAUTY / AP เป็นต้น รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับแผนการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น ITD / KTB เป็นต้น

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในต่างประเทศ ได้แก่ การส่งออก - นำเข้า ของจีน, ผลผลิตภาคอุตฯ ของญี่ปุ่น, อัตราเงินเฟ้อ และ GDP ใน 3Q57 ของอียู, ภาวะการจ้างงานของอังกฤษ, ภาวะการจ้างงาน และ ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ

2. การประกาศรายละเอียดแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน 3.0 ล้านล้านบาท โดยรมว.คมนาคม พล.อ.อ.ประจิน วันที่ 10 พ.ย.

3. การประชุมผู้นำ ASEAN ที่พม่า คาดว่าจะมีการลงนามโครงการลงทุนทวาย ระหว่างวันที่ 12-13 พ.ย.

4. ติดตามการประกาศงบการเงิน 3Q57 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย

5. การประกาศปรับดัชนี MSCI Thailand รอบ 6 เดือน ประกาศเช้าวันที่ 7 พ.ย. และมีผลบังคับใช้ ณ ราคาปิด วันที่ 25 พ.ย. ครั้งนี้ MBKET คาดว่าจะไม่มีหุ้นใดถูกนำเข้า หรือ ออก จากการคำนวณดัชนีฯ

-------------------------------------------

ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ