วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บีโอไอ'ขนเอสเอ็มอีบุก4เมืองใหญ่พม่า

"บีโอไอ" นำคณะนักธุรกิจไทย บุกขยายตลาดการค้าและการลงทุนใน 4 เมืองใหญ่ของพม่า

"บีโอไอ" นำคณะนักธุรกิจไทย บุกขยายตลาดการค้าและการลงทุนใน 4 เมืองใหญ่ของพม่า "มัณฑะเลย์-พุกาม-ย่างกุ้ง และพะโค" พร้อมจัดกิจกรรมหารือภาครัฐและเอกชน บุกชมโรงงานผู้ผลิตเครื่องเขินชื่อดังของรัฐบาล และโรงงานผลิตทานาคา สมุนไพรภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีชื่อเสียง

นางสาวรัตนวิมล นารี ศุกรีเขตร ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 (ขอนแก่น) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่าบีโอไอขอนแก่นร่วมกับศูนย์เศรษฐกิจภาคที่ 4 หรือ บีโอไอชลบุรี จัดกิจกรรมนำผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เดินทางไปประเทศพม่า ระหว่างวันที่ 24-28 พ.ย.นี้ ในเส้นทาง มัณฑะเลย์-พุกาม-ย่างกุ้ง-พะโค เพื่อศึกษาลู่ทางการลงทุน และหาโอกาสในการสร้างเครือข่ายหรือเจรจาหาคู่ค้าร่วมกับนักธุรกิจในพม่า ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้กับกลุ่มเอสเอ็มอีของไทย รองรับทิศทางของการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558

ทั้งนี้เอสเอ็มอีของไทยจะมีโอกาสได้ประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และหาโอกาสทางการค้าการลงทุนกับหอการค้ามัณฑะเลย์ พร้อมเยี่ยมชมโรงงานของผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจในพม่าที่ประสบความสำเร็จ เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือสหพัฒน์ การเดินทางไปครั้งนี้กลุ่มเอสเอ็มอีไทย จะได้ลงพื้นที่สำรวจธุรกิจการค้าการลงทุนและตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่ตลาดขายส่งเซโซ และตลาด มิงกาลาร์เซ และ ตลาดบากิ่น ซึ่งเป็นตลาดที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคและสินค้าแปรรูปเกษตรจากไทยที่ใหญ่ที่สุดในย่างกุ้ง รวมถึงพบหารือกับผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมพะโค พร้อมกับร่วมกิจกรรม เยี่ยมชมโรงงานผู้ผลิตเครื่องเขินรายใหญ่ที่ดำเนินการโดยรัฐบาลพม่า และชมโรงงานผลิตเครื่องสำอางทานาคา ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีชื่อเสียง

“ปัจจุบันพม่าเป็นประเทศที่น่าสนใจ และเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มเป้าหมายอันดับแรก ของบีโอไอ ในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุน กิจกรรมครั้งนี้ เป็นโอกาสพิเศษของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะกลุ่ม เอสเอ็มอีที่จะได้เข้าไปศึกษาลู่ทางและศักยภาพด้านการค้าและการลงทุนในแต่ละพื้นที่ของพม่าได้โดยตรง เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจในการมองหาโอกาสขยายตลาดการค้า การลงทุน หรือเชื่อมโยงการผลิต ที่อาจเป็นรูปแบบของการร่วมทุนกับผู้ประกอบการพม่าในอนาคต” นางสาวรัตนวิมล กล่าว

ก่อนหน้านี้นายกฤษณะ เอี่ยมวงศ์นที อดีตประธานสภาอุตสาหกรรม จังหวัดระนอง ระบุว่าพม่าเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาประเทศ ส่งผลให้เกิดช่องว่างทางการตลาดมากทั้งในส่วนของสินค้าอุปโภค-บริโภค,สินค้าเกษตร,การค้า,การลงทุน,อุตสาหกรรม

“ที่ผ่านมาคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้นำผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการข้ามฟากเข้าไปศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการค้า การลงทุนในพม่า ในพื้นที่ที่รัฐบาลพม่ากำหนดให้เป็นย่านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมใหม่ทางตอนใต้ของพม่า”

อย่างไรก็ตาม การที่มีผู้สนใจที่จะเข้าไปลงทุนในพม่า เป็นเพราะความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังมีอีกหลายประการที่นักธุรกิจยังวิตกกังวล คาดว่าปี 2558 น่าจะมีนักลงทุนจากไทยเดินทางเข้าไปลงทุนในกิจการบางประเภทในพม่า เนื่องจากต้องการใช้เป็นฐานวัตถุดิบ โดยเฉพาะกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ