กสอ.จับมือสิงคโปร์ ปั้นผู้ประกอบการอาหาร 150 ราย เจาะตลาดฮาลาลโลก หวังพัฒนาเอสเอ็มอี
นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่ากสอ.ร่วมมือกับบริษัท มาย เอาท์เล็ต พีทีอี จำกัด ผู้ผลิต จัดจำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลจากประเทศสิงคโปร์และจีน จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมฮาลาล พร้อมจับคู่ธุรกิจภายใต้โครงการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและฮาลาล
"โครงการนำร่อง จะพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในธุรกิจอุตสาหกรรมฮาลาล จำนวน 150 ราย เชื่อว่าจะสามารถทำให้วิสาหกิจที่เข้าร่วมมีความพร้อมสู่ตลาดฮาลาลในต่างประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 80% และคาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการซื้อขายไม่น้อยกว่า 1 พันล้านบาท ต่อปี” นายอาทิตย์ กล่าว
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล มีปริมาณการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศมุสลิมกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย 4.72% ต่อปี ซึ่งยังเป็นปริมาณที่น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรชาวมุสลิมที่มีกว่า 1.6 พันล้านคน
ประเทศที่มีการส่งออกอาหารฮาลาลไปยังกลุ่มประเทศมุสลิมและมีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด ได้แก่ บราซิล (12.39%) รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา (7.92%) อินเดีย (6.63%) ฝรั่งเศส (5.58%) จีน (5.58%) และไทยมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 6 (4.37%)
อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของไทยยังมีโอกาสดีในตลาดโลก เนื่องจากไทยมีความได้เปรียบคู่แข่งหลายประเทศ โดยได้รับการยอมรับในตลาดโลกทั้งด้านคุณภาพและรสชาติ ซึ่งสามารถต่อยอดพัฒนาเป็นอาหารฮาลาลได้
ขณะนี้ขนาดของตลาดอาหารฮาลาลโลกมีมูลค่า 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7.4% ต่อปี โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 (ม.ค. -มิ.ย.) ประเทศไทย มีมูลค่าการส่งออกอาหารฮาลาลอยู่ที่ 2,980.2 ดอลลาร์ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.15% แต่คาดว่าในปี 2558 ไทยจะสามารถกระตุ้นยอดการส่งออกอาหารฮาลาลเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 8%
นอกจากนี้ กสอ. ยังได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือและการจับคู่เจรจาธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ โดยมีแนวทางในการพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ตามยุทธศาสตร์ 4 ด้าน คือ 1.การให้ความรู้ โดยการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานอาหารฮาลาล วิธีบริหารจัดการอาหารฮาลาล ยุทธศาสตร์การส่งออกอาหารฮาลาลไทยสู่อาเซียน และตลาดโลก
2.ขยายตลาด ซึ่งจะส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลให้มีความพร้อมสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ 3.สร้างโอกาส และยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสามารถเพิ่มช่องทางการตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนและตลาดโลกได้ และ4.สร้างฐานข้อมูล ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงและขยายความร่วมมือของผู้ประกอบการที่สนใจตลาดอาเซียน ซึ่งจะเป็นการสร้างฐานข้อมูลเพื่อการขยายตลาดมุสลิมในอาเซียนและภูมิภาคอื่นๆ ในอนาคต








