วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

KBANK - ซื้อ

เป้าหมายปี 2558 แข็งแกร่ง

ประเด็นการลงทุน

เราเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์ของ KBANK โดยคุณบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคาร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยผู้บริหารตั้งเป้าหมายดำเนินงาน 2558 สูงขึ้นอีกจากความคาดหวังว่ารัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและรวมถึงการฟื้นตัวในภาคส่งออก ซึ่งเป้าของผู้บริหารตรงกับคาดการณ์ของเรา ดังนั้น เราจึงยังคงประมาณการกำไรไว้ที่ 4.4 หมื่นล้านบาทสำหรับปี 2557 และ 5.1 หมื่นล้านบาทสำหรับปี 2558 เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ หนุนโดยจาก: 1) แนวโน้มการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง 2) การจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ (ซึ่งสะท้อนในสัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมที่ 2.2% และอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่สูงถึง 142%) และ 3) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ที่มีแนวโน้มลดลงเนื่องจากค่าใช้จ่ายโครงการพัฒนาระบบ (K-Transformation) ของธนาคารจะสิ้นสุดลงในปลายปีหน้า

ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อ 8-9% สำหรับปี 2558

ผู้บริหารคาดการณ์ว่าการขยายตัวของ GDP ปี 2558 จะเติบโต 4% หลังจากคาดว่า GDPปี 2557 จะเติบโตเพียง 1.6% ซึ่งส่งผลให้ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อในปีหน้าที่ 8-9% (เป้าในปีนี้ต่ำกว่า 8%) แยกเป็นเป้าสินเชื่อบรรษัทเติบโตที่ 4-6% สินเชื่อ SME ที่ 8-10% และสินเชื่อรายย่อยที่ 6-9% เราคาดว่าสินเชื่อบรรษัทและ SME ในกลุ่มธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร สินค้าโภคภัณฑ์ สินค้าเน้นส่งออก และค้าปลีกคาดเป็นกลุ่มสินเชื่อหลักที่จะหนุนให้พอร์ตสินเชื่อเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 4/57 เป็นต้นไป เราคาดการณ์อัตราการเติบโตของสินเชื่อในปี 2557 และ 2558 ที่ 8% และ 9% ตามลำดับ

เราเชื่อว่ามีโอกาสทำได้ตามเป้าหมายปี 2558

KBANK ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช้ดอกเบี้ยไว้ในระดับตัวเลขสองหลักแต่ไม่สูงมากนักสำหรับปี 2557 และ 2558 (ใกล้เคียงกับประมาณการของเรา) และตั้งเป้าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ 3.4-3.6% สำหรับปีนี้และ 3.5-3.7% สำหรับปีหน้า (เราคาดการณ์ไว้ที่ 3.4% ในปีนี้และ 3.5% ในปีหน้า) สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมคาดจะไม่เกิน 2.2% ณ สิ้นปี 2557 และ 2.3% ณ สิ้นปี 2558 ธนาคารจะตั้งสำรองหนี้สูญฯประมาณ 0.85% ของสินเชื่อในปี 2557 และ 0.95% ในปี 2558 (สอดคล้องกับประมาณการของเรา)

มีแนวโน้มอัพไซด์ต่อประมาณการปี 2558

เราเชื่อว่าสินเชื่อของ KBANK ยังมีความสามารถในการขยายฐานสินเชื่อสูงกว่าประมาณการของเราและตลาดรวมถึงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยก็คาดจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าประมาณการของเราเช่นกันหากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้นกว่าที่คาดในปีหน้า ดังนั้น รายได้ค่าธรรมเนียมจึงน่าจะเพิ่มขึ้นมากเนื่องจาก KBANK มีความเชี่ยวชาญในกลุ่มรายย่อยและ SME เราประเมินว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจะเพิ่มขึ้น 10% ในปี 2557 และ 12% ในปี 2558 นอกจากนี้ โครงการ K-transformation ซึ่งจะสิ้นสุดในปีหน้าจะส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงอย่างมากตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป (ซึ่งอาจทำให้มีอัพไซด์ต่อแนวโน้มกำไรปี 2559-2560 มากขึ้นอีก)

สัดส่วนเงินทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง ณ สิ้นเดือนก.ย.ของธนาคารค่อนข้างสูงที่ 17% (ประกอบด้วยเงินกองทุนขั้นที่ 1ที่ 14%) ซึ่งเรามองว่าไม่มีความเสี่ยงต่อการเพิ่มทุนใดๆในอีก 2-3 ปีข้างหน้า