"ทากาตะ คอร์ป"ให้คำมั่นว่าจะเปิดสายการผลิตใหม่อีกสองสาย เพื่อผลิตถุงลมนิรภัยขึ้นมาทดแทนภายในต้นปีหน้า
สำนักงานความปลอดภัยการจราจรทางหลวงแห่งชาติสหรัฐ หรือเอ็นเอชทีเอสเอ แถลงวานนี้ (31 ต.ค.) ว่า บริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ "ทากาตะ คอร์ป" ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียกคืนรถยนต์ 7.8 ล้านคน เนื่องจากถุงลมนิรภัยมีปัญหา ให้คำมั่นว่าจะเปิดสายการผลิตใหม่อีกสองสาย เพื่อผลิตถุงลมนิรภัยขึ้นมาทดแทนภายในต้นปีหน้า แต่เอ็นเอชทีเอสเอมองว่า ความพยายามแค่นี้ยังไม่เพียงพอ
ผู้ช่วยผู้อำนวยการเอ็นเอชทีเอสเอ "นายเดวิด ฟรีดแมน" แถลงว่า ทากาตะยังไม่ใส่ใจคำร้องขอของเอ็นเอทีเอสเอ ที่ให้ทากาตะติดต่อซัพพลายเออร์ถุงลมนิรภัยรายอื่น ๆ เพื่อช่วยผลิตอะไหล่ทดแทนมาใช้กับถุงลมนิรภัยของทากาตะ เพราะมัวแต่อ้างว่ากังวลเรื่องคุณภาพ ขณะที่เอ็นเอชทีเอสเอ พยายามติดต่อซัพพลายเออร์และผู้ผลิตรายอื่น เพื่อหาหารือถึงความเป็นไปได้ และความเสี่ยงที่จะให้ซัพพลายเออร์เหล่านี้ ผลิตถุงลมนิรภัยขึ้นมาทดแทนเพื่อใช้กับรถยนต์สหรัฐกว่า 4 ล้านคัน ที่ถูกเรียกคืนตั้งแต่เดือนมิถุนายน
ด้านโฆษกทากะตะ "นายอัลบี เบอร์แมน" แถลงเมื่อวันพฤหัส (30 ต.ค.) ว่า บริษัทกำลังร่วมมือและพยายามทำตามข้อเรียกร้องของเอ็นเอชทีเอสเออย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ทั้งทากาตะและเอ็นเอชทีเอสเอ ยังจัดการกับปัญหานี้ไม่เร็วพอ ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก 10 รายซึ่งใช้ถุงลมนิรภัยของทากาตะ ต้องเรียกคืนรถในสหรัฐแล้วกว่า 10 ล้านคัน และกว่า 17 ล้านคันทั่วโลก เพื่อเปลี่ยนตัวสูบลม เพราะมีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุ ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยสี่ราย บาดเจ็บสาหัสอีกจำนวนหนึ่ง









