วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทากาตะเตรียมเปิดสายการผลิตเพิ่ม

"ทากาตะ คอร์ป"ให้คำมั่นว่าจะเปิดสายการผลิตใหม่อีกสองสาย เพื่อผลิตถุงลมนิรภัยขึ้นมาทดแทนภายในต้นปีหน้า

สำนักงานความปลอดภัยการจราจรทางหลวงแห่งชาติสหรัฐ หรือเอ็นเอชทีเอสเอ แถลงวานนี้ (31 ต.ค.) ว่า บริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ "ทากาตะ คอร์ป" ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียกคืนรถยนต์ 7.8 ล้านคน เนื่องจากถุงลมนิรภัยมีปัญหา ให้คำมั่นว่าจะเปิดสายการผลิตใหม่อีกสองสาย เพื่อผลิตถุงลมนิรภัยขึ้นมาทดแทนภายในต้นปีหน้า แต่เอ็นเอชทีเอสเอมองว่า ความพยายามแค่นี้ยังไม่เพียงพอ

ผู้ช่วยผู้อำนวยการเอ็นเอชทีเอสเอ "นายเดวิด ฟรีดแมน" แถลงว่า ทากาตะยังไม่ใส่ใจคำร้องขอของเอ็นเอทีเอสเอ ที่ให้ทากาตะติดต่อซัพพลายเออร์ถุงลมนิรภัยรายอื่น ๆ เพื่อช่วยผลิตอะไหล่ทดแทนมาใช้กับถุงลมนิรภัยของทากาตะ เพราะมัวแต่อ้างว่ากังวลเรื่องคุณภาพ ขณะที่เอ็นเอชทีเอสเอ พยายามติดต่อซัพพลายเออร์และผู้ผลิตรายอื่น เพื่อหาหารือถึงความเป็นไปได้ และความเสี่ยงที่จะให้ซัพพลายเออร์เหล่านี้ ผลิตถุงลมนิรภัยขึ้นมาทดแทนเพื่อใช้กับรถยนต์สหรัฐกว่า 4 ล้านคัน ที่ถูกเรียกคืนตั้งแต่เดือนมิถุนายน

ด้านโฆษกทากะตะ "นายอัลบี เบอร์แมน" แถลงเมื่อวันพฤหัส (30 ต.ค.) ว่า บริษัทกำลังร่วมมือและพยายามทำตามข้อเรียกร้องของเอ็นเอชทีเอสเออย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ทั้งทากาตะและเอ็นเอชทีเอสเอ ยังจัดการกับปัญหานี้ไม่เร็วพอ ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก 10 รายซึ่งใช้ถุงลมนิรภัยของทากาตะ ต้องเรียกคืนรถในสหรัฐแล้วกว่า 10 ล้านคัน และกว่า 17 ล้านคันทั่วโลก เพื่อเปลี่ยนตัวสูบลม เพราะมีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุ ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยสี่ราย บาดเจ็บสาหัสอีกจำนวนหนึ่ง