วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สถาบันปิโตรฯหนุนเปิดสัมปทานรอบ21

สถาบันปิโตรเลียมชี้ไทยจำเป็นต้องเปิดสัมปทานปิโตรเลียม เพื่อให้ต่างชาติใช้เทคโนโลยีใหม่เข้าสำรวจ

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 เนื่องจากปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จะหมดลงในอีก 8 ปีข้างหน้า เพราะปัจจุบันประเทศไทยใช้ก๊าซมากถึงวันละ 5,000 ล้านลูกบาศ์กฟุต แต่ผลิตได้ 4,000 ล้านลูกบาศ์กฟุตต่อวัน ที่เหลือต้องนำเข้าจากพม่า 900 ล้านลูกบาศ์กฟุตต่อวัน โดยเป็นการนำเข้าในรูปของก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNG

"การเปิดสัมปทานมีความจำเป็นเพราะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยหาแหล่งปิโตรเลียมมาทดแทนที่ใช้อยู่ไปได้เพียง 1 ใน 4 เท่านั้น และมีแนวโน้มว่าภายในปี 67 ปริมาณการผลิตน้ำมันและก๊าชธรรมชาติในไทยจะลดลงเหลือ 1ใน 3 ของปริมาณการผลิตในปัจจุบันเท่านั้น ซึ่งการเปิดสัมปทานแหล่งปิโตรเลียมในประเทศไทยรอบที่ 21 นี้ เป็นข้อมูลที่ผ่านการศึกษาไว้อย่างรอบคอบ"

สำหรับผลตอบแทนในรูปแบบไทยแลนด์ทรีพลัส ที่กำหนดผลประโยชน์ตอบแทนเข้ารัฐที่ 72% เหมาะสมกับศักยภาพแหล่งปิโตรเลียมในประเทศไทย และยังเป็นอัตราที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอื่น เช่น อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ที่ให้ผลตอบแทนเกือบ 80% โดยสัมปทานจะมีอายุ 20 ปี ลดลงจากไทยแลนด์วัน ที่สัมปทานมีอายุถึง 30 ปี เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เห็นว่า ผู้ประกอบการสามารถคืนทุนได้แล้ว และยังสามารถต่อสัญญาสัมปทานได้ครั้งละ 10 ปี

นายศิริ ระบุว่า การที่เปิดให้ต่างชาติเข้ามายื่นขอสำรวจแหล่งปิโตรเลียมด้วย เนื่องจากแหล่งปิโตรเลียมในประเทศไทยหายาก จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการสำรวจขุดเจาะ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าว ประเทศไทยไม่มี และหากไม่สามารถจัดหาก๊าชธรรมชาติได้เพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบต่อการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า หรือ พีดีพี 2015

อย่างไรก็ตาม หากการเปิดสัมปทานแหล่งปิโตรเลียมรอบใหม่นี้ ไม่พบก๊าซหรือน้ำมัน ประเทศไทยก็ต้องนำเข้าก๊าซปิโตรเลียมเหลวเข้ามาเป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้า สุดท้ายจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าปรับขึ้นเป็นหน่วยละ 5.50 บาท จากปัจจุบันอยู่ที่หน่วยละ 3 .99 บาท

นายพิเชษฐ์ เอมวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานด้านธุรกิจการตลาด บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวด้วยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าร่วมประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21

ทั้งนี้เพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจของบางจาก และเป็นไปตามนโยบายคำนึงถึงความเป็นอยู่ของสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมถึงความเหมาะสมด้านเงินลงทุนด้วย โดยบางจากเพิ่งเข้าสู่ธุรกิจนี้ครั้งแรกโดยเข้าซื้อกิจการของบริษัท Nido Petroleum ประเทศออสเตรเลีย