ผลประกอบการ 3Q57 เติบโต YoY ตามคาด
กำไร 3Q57 เติบโต YoY แต่อ่อนตัวเล็กน้อย QoQ จากปัจจัยฤดูกาล
HMPRO รายงานกำไรสุทธิ 3Q57 ที่ 766 ล้านบาท (+6%YoY, -3%QoQ) ต่ำกว่าประมาณการเพียง 3% นับว่าเป็นไปตามคาด สาเหตุจากอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าสมมติฐาน 0.3% ขณะที่รายได้ค่าเช่าและรายได้อื่นต่ำกว่าคาด 11% โดยยอดขายรวมในไตรมาสเท่ากับ 1.19 หมื่นล้านบาท (+20% YoY, -1% QoQ) และมีอัตรากำไรขั้นต้น 26.2% (-0.9% YoY, -0.2% QoQ) การเติบโต YoY มาจากยอดขาย ตามการเปิดสาขาใหม่ถึง 13 แห่งในระยะสิบสองเดือน (เปิดสาขา โฮมโปร 1 แห่ง ที่ จ.เชียงใหม่ ใน 3Q57) และอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมราว 5%YoY แม้ชะลอตัวจาก 2Q57 ที่ +6.5% YoY แต่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับหุ้นค้าปลีกอื่นๆ จากการที่ โฮมโปร (95% ของยอดขายรวม) เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน จึงได้รับผลกระทบจำกัดจากการบริโภคชะลอตัว แม้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวจากธุรกิจเมกาโฮมซึ่งให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า โฮมโปรราว 8% หากเปรียบเทียบ QoQ ผลประกอบการหดตัวเล็กน้อยจากแรงกดดัน 1) ช่วงโลว์ซีซั่นของการขายในฤดูฝน 2) การเปิดสาขาเชียงใหม่เป็นแห่งที่สามในไตรมาส ก่อให้เกิดการแย่งชิงยอดขายระหว่างสาขาในพื้นที่ (Cannibalization) 3) รายได้อื่นที่หดตัวสอดคล้องกับปริมาณขาย 4) ดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้มูลค่า 2.0 พันล้านบาทในไตรมาส อย่างไรก็ตามอัตรา SG&A/sales 22.9% ลดลงจาก 23.6% ไตรมาสก่อน ตามยอดขายที่อ่อนตัว QoQ
ผลการดำเนินงานจะทำสถิติสูงสุดของปีใน 4Q57
ใน 9M57 ยอดขายสาขาเดิมเติบโต 5% YoY ส่วนกำไรสุทธิเติบโต 7% YoY เป็น 2.29 พันล้านบาท และคิดเป็น 69% ของประมาณการปี 57 เราคาดว่าผลประกอบการ HMPRO จะเติบโต QoQ และ YoY และทำสถิติสูงสุดของปีใน 4Q57 จากปัจจัยบวก 1) การเปิดสาขาโฮมโปร 4 แห่งในประเทศไทย (ศรีราชา ภูเก็ต พัทยา และย้ายที่ตั้งสาขาโคราช) และ 1 สาขาในประเทศมาเลเซีย (พ.ย.2557) 2) ฤดูกาลขายกลุ่มค้าปลีก และฤดูกาลโอนกรรมสิทธิ์ของผู้ประกอบการที่อยู่อาศัย 3) แม้เผชิญการแย่งชิงยอดขายระหว่างสาขา จากการเปิดสาขาเพิ่ม 2 แห่งใน จ.ชลบุรี และโคราช แต่คาดว่า SSSG จะโตจากฐานต่ำใน 4Q56 (+1.3% YoY) 4) รายได้ส่วนเพิ่มจากการจัดงาน HomePro Expo ในเดือน พ.ย.2557 อย่างไรก็ตาม เราประมาณการกำไรสุทธิปี 57 ที่ 3.33 พันล้านบาท (+9% YoY) บนรายได้รวม 4.89 หมื่นล้านบาท (+22% YoY) ยอดขายสาขาเดิมเติบโต 5% YoY และมีอัตรากำไรขั้นต้น 26.3% ลดลง 0.5% จากปีก่อนจากผลของธุรกิจเมกาโฮมซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม สินค้าเฮ้าส์แบรนด์ซึ่งให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงมีสัดส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 22% จาก 20% ปีก่อน
คงคำแนะนำ “ซื้อ” จากการเป็นผู้นำตลาดที่มีผลการดำเนินงานมั่นคง
จุดแข็งของ HMPRO คือการเป็นผู้นำตลาดปรับปรุงที่อยู่อาศัย ขณะที่การเติบโตในปี 58 จะถูกขับเคลื่อนอย่างมั่นคง โดยการเปิดสาขาเชิงรุกต่อเนื่อง แบ่งเป็นโฮมโปร 6-8 สาขา และเมกาโฮม 2-4 สาขา ขณะที่ผลประกอบการธุรกิจเมกาโฮมดีขึ้น คาดจะถึงจุดคุ้มทุนปีหน้า กอปรกับแนวโน้มภาพรวมการจับจ่ายใช้สอยที่ฟื้นตัว ส่วนแผนจัดตั้ง REIT ในปี 58 เป็นบวกต่อฐานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น ลดภาระหนี้สิน เพิ่มความสามารถในการกู้ยืม เราประมาณการกำไรสุทธิปี 58 เติบโต 19% YoY เป็น 3.96 พันล้านบาท บนยอดขายรวมที่ขยายตัว 17% YoY เป็น 5.70 หมื่นล้านบาท ยอดขายสาขาเดิมเติบโต 4% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอีก 0.1% ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 58 ที่ 11.10 บาท อิงวิธี DCF (WACC 8.3%, Terminal growth 3%) เทียบเท่ากับ 35x P/E’58 หากพิจารณา P/E Band ภายใต้สมมติฐานกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 58 ขยายตัว 19%YoY ราคาหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวซื้อขายต่อเนื่องที่ระดับ 35x เช่นกัน








