ซีอีโอเทสโก้บินด่วนมาไทยเดินหน้าแผนกอบกู้ธุรกิจ ประเมินมูลค่าธุรกิจเทสโก้ เมืองไทย 5,000 ล้านปอนด์
ซีอีโอ "เทสโก้" เตรียมบินด่วนสำรวจเครือข่ายธุรกิจในเอเชีย "ไทย-มาเลเซีย-เกาหลีใต้" ตกเป็นเป้าหมายแรก ชี้กิจการเทสโก้หลายประเทศในยุโรป กำลังระส่ำหนักหลังถูกคู่แข่งตีขนาบ ขณะที่ "มูดี้ส์" ลดฮวบอันดับความน่าลงทุนอยู่รองบ๊วย ด้าน "เทสโก้ โลตัส" ไทย ย้ำยังคงทำธุรกิจต่อไป ตราบที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดี้ยนของอังกฤษ รายงานว่า นายเดฟ ลูว์อิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท เทสโก้ เตรียมเดินทางออกจากอังกฤษ โดยคาดว่าจะเป็นสัปดาห์นี้ เพื่อสำรวจธุรกิจของเครือข่ายเทสโก้ในต่างประเทศ หลังจากที่มีการเปิดเผยผลประกอบการที่ย่ำแย่ในสัปดาห์ที่แล้ว
นายลูว์อิส จะเดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกไกลโดยเครื่องบินพาณิชย์ หลังจากที่บริษัทงดใช้เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเป็นการถาวร นายลูว์อิสมีเรื่องที่จะต้องพิจารณามากมายในระหว่างการเดินทาง รวมทั้งเรื่องยอดขายที่ตกลงใน 80% ของประเทศที่เทสโก้เปิดสาขา โดยเขาต้องคิดแผนกอบกู้ธุรกิจ และเขาจะต้องตัดสินใจหาวิธีที่ดีที่สุดในการระดมทุน เพื่อบรรเทาภาวะการเงินของบริษัท
จุดหมายแรกที่เขาจะเดินทางไปเยือน ได้แก่ ไทย มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ซึ่งเคยเป็นสาขาที่ทำยอดขายติดอันดับสูงสุดของเทสโก้ในต่างประเทศ แต่ขณะนี้แรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจกำลังกระทบยอดขายในประเทศดังกล่าว
หนังสือพิมพ์เดอะไทม์สรายงานก่อนหน้านี้ว่า เฮดจ์ฟันด์หลายแห่งกำลังวางแผนที่จะเสนอซื้อธุรกิจในเอเชียมูลค่า 9 พันล้านปอนด์ของเทสโก้ โดยวาณิชธนกิจหลายแห่งเปิดเผยกับเดอะไทม์สว่า พวกเขาได้ลงนามในข้อตกลงที่จะให้คำแนะนำกับบริษัทบริหารหุ้นเอกชนและสถาบันขนาดใหญ่ ที่ต้องการจะร่วมเป็นหุ้นส่วนกับผู้ค้าปลีกของเอเชีย และจัดทำข้อเสนอเพื่อประมูลซื้อธุรกิจในเอเชียที่สำคัญของเทสโก้
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ประเมินว่า ธุรกิจของเทสโก้ในไทยอาจมีมูลค่า 5,000 ล้านปอนด์ ส่วนธุรกิจในเกาหลีใต้อาจมีมูลค่า 4,000 ล้านปอนด์
เทสโก้ระบุว่า มีความกังวลกับสัดส่วนการกู้ยืมเงินของบริษัทและกำลังพิจารณาแนวทางต่างๆ ในการระดมเงินสด โดยเทสโก้ต้องการขายสินทรัพย์ และลดต้นทุนลง ก่อนที่จะใช้วิธีออกหุ้นเพิ่มทุน มาตรการดังกล่าวอาจจะเป็นทางเลือกที่นักลงทุนพึงพอใจ โดยพวกเขาเคยกล่าวกับรอยเตอร์ว่า ต้องการให้เทสโก้ขายหรือจำหน่ายสินทรัพย์ต่างๆ อาทิ ธุรกิจในเอเชีย และยุโรปกลางหรือยุโรปตะวันออก ก่อนที่ทางบริษัทจะพิจารณาออกหุ้นเพิ่มทุน
ยอดขายในไอร์แลนด์ ซึ่งเคยเป็นตลาดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุโรปของเทสโก้ กำลังดิ่งลงอย่างหนัก ขณะที่ Aldi และ Lidl ซึ่งเป็นคู่แข่งจากเยอรมนี และคู่แข่งในประเทศ อาทิ Dunnes and Musgrave ก็กำลังชิงส่วนแบ่งตลาดของเทสโก้ นอกจากนี้ นายลูว์อิสจะเข้าตรวจสอบซูเปอร์มาร์เก็ตของเทสโก้ในโปแลนด์ และฮังการี ซึ่งกำลังประสบปัญหาเช่นกัน
เทสโก้ เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ผลกระทบโดยรวมจากการลงบัญชีรายได้ ผิดพลาดอยู่ที่ 263 ล้านปอนด์ (421 ล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์ ขั้นต้นที่ 250 ล้านปอนด์ และเมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายครั้งเดียว อาทิ การด้อยค่าของสินทรัพย์ กำไรก่อนหักภาษีในช่วงครึ่งปีแรกของบริษัทจึงดิ่งลง 91% หนี้สุทธิของเทสโก้พุ่งขึ้นสู่ระดับ 7,500 ล้านปอนด์ จาก 7,000 ล้านปอนด์ ในปีก่อน เทียบกับมูลค่าหุ้นที่ 1.4 หมื่นล้านปอนด์ และยอดขาดดุลกองทุนบำนาญ พุ่งขึ้น 800 ล้านปอนด์ในช่วง 6 เดือน สู่ระดับ 3,400 ล้านปอนด์
มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และฟิทช์ เรทติงส์ ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ได้ประกาศลดอันดับความน่าลงทุนของหุ้นเทสโก้ สู่ระดับเหนือสถานะ "ขยะ" อยู่เพียงหนึ่งอันดับ
ทางด้าน นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการ ฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส ประเทศไทย กล่าวว่า นายเดฟ เลวิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทสโก้ ได้เริ่มงานกับกลุ่มเทสโก้ เพียง 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่ได้ตัดสินใจถึงกลยุทธ์ของธุรกิจว่าดำเนินต่อไปในทิศทางใด ซึ่งรวมถึงยังไม่ได้มีการประกาศเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อการดำเนินธุรกิจของเทสโก้ในประเทศต่างๆ รวมถึงธุรกิจเทสโก้ โลตัส ในประเทศไทย ยังคงดำเนินการต่อไปโดยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
อย่างไรก็ตาม การเดินทางของผู้บริหารระดับสูงถือเป็นเรื่องปกติ ในการสำรวจเครือข่ายธุรกิจเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนกลยุทธ์ โดยขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการดำเนินธุรกิจในไทยแต่อย่างใด






