ผลประกอบการไตรมาส 3/57 ตรงตามคาด
กำไรเป็นไปตามคาด
HMPRO รายงานผลกำไรสุทธิไตรมาส 3/57 ที่ 766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY แต่ลดลง 3% QoQ จากช่วงฤดูกาล ซึ่งตรงกับคาดการณ์ของเรา แต่ต่ำกว่าประมาณการตลาดอยู่ 3% กำไรช่วง 9 เดือนของปี 2557 คิดเป็น 70% ของประมาณการปี 2557 ของเรา ทั้งนี้ ยอดขายสาขาเดิมเติบโตต่ำกว่าที่เราคาดไว้ แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงนั้นช่วยกลบผลกระทบดังกล่าว
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
ยอดขายเติบโต 20% YoY เป็น 11,900 ล้านบาทสำหรับไตรมาส โดยจำนวนนี้มาจากเมก้าโฮม 730 ล้านบาท ทางด้านยอดขายของโฮมโปรเพียงอย่างเดียวนั้นเติบโต 12% YoY หนุนจากยอดขายสาขาเดิมที่ขยายตัว 4.5% และสาขาใหม่
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/57 อยู่ที่ 26.2% ลดลง 0.9% YoY จากส่วนผสมรายได้ของเมก้าโฮมที่มากขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นของสาขาโฮมโปรที่ลดน้อยลง ถึงแม้ว่ายอดขายสินค้าแบรนด์ของโฮมโปรเองจะเพิ่มขึ้นเป็น 21.2% ในไตรมาสดังกล่าว (20.6% สำหรับช่วง 9 เดือนปี 2557) จาก 20.6% ในไตรมาส 3/56 แต่อัตรากำไรขั้นต้นของโฮมโปรก็ยังหดตัว 0.4% YoY เป็น 26.7% เนื่องจากสัดส่วนยอดขายสินค้าประเภทเครื่องนอน ผ้าม่าน และสินค้าเพื่อการตกแต่งนั้นลดต่ำลง ตามการชะลอตัวของการใช้จ่ายในประเทศ
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารนั้นดีกว่าที่เราคาด โดยลดลง 4% QoQ และลดลง 0.68% QoQ เมื่อเทียบในแง่ของอัตราส่วนรายได้ หนุนจากประสิทธิภาพในการจัดการที่เพิ่มมากขึ้นและการประหยัดต่อขนาดของเมก้าโฮม
แนวโน้ม
เรามองว่าไตรมาสที่ 4/57 จะเป็นอีกไตรมาสที่ผลการดำเนินงานจะชะลอตัว ถึงแม้เราคาดว่าผลการดำเนินงานของสาขาโฮมโปรในประเทศไทยจะปรับตัวดีขึ้นและเมก้าโฮมจะค่อยๆขาดทุนน้อยลง แต่ขาดทุนจากผลการดำเนินงานในประเทศมาเลเซียและค่าใช้จ่ายในการโฆษณาเพื่อการสร้างแบรนด์หลังเปิดสาขาในประเทศดังกล่าวในเดือนพ.ย.นั้นเป็นปัจจัยหลักกดดันกำไรสุทธิ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เรายังคงประมาณการและราคาเป้าหมายไว้เท่าเดิม
คำแนะนำ
เราชื่นชอบ HMPRO ในแนวโน้มระยะยาว อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะเข้าซื้อหุ้นเนื่องจากการดำเนินงานในประเทศมาเลเซียยังคงมีความไม่แน่นอน เราแนะนำให้นักลงทุนรอจนกว่าสาขาในมาเลเซียจะรายงานผลประกอบการในไตรมาสแรกออกมาก่อน ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงต้นปีหน้า








