ธปท.คาดผลกระทบอีโบลาไม่มาก ชี้ยืดเยื้อกระทบท่องเที่ยว-ส่งออก ขณะข่าวติดเชื้อเพิ่มในนิวยอร์กกระทบความเชื่อมั่น
ข่าวการติดเชื้ออีโบลาของนายแพทย์รายหนึ่งที่ทำงานอยู่ในองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (Doctors Without Borders) ซึ่งเดินทางกลับจากแอฟริกาตะวันตกมาถึงนิวยอร์ก ซิตี้ ทำให้เกิดความวิตกใหม่เกี่ยวกับการแพร่กระจายของเชื้ออีโบลาและส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา เป็นประเด็นที่ต้องติดตามดูพัฒนาการ ซึ่งที่ผ่านมามีความกังวลตรงที่เชื้อไวรัสเริ่มแพร่ระบาดไปยังประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งในสหรัฐและยุโรป เพียงแต่การแพร่ระบาดยังอยู่ในวงจำกัด และบางรายสามารถรักษาหายได้
"ถ้าสถานการณ์เหล่านี้ควบคุมได้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจคงมีไม่มาก"
นายจิรเทพ กล่าวว่า หากสถานการณ์ลากยาวหรือทิ้งช่วงต่อไปอีก อาจมีผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อการลงทุน รวมทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยว คงได้รับผลกระทบบ้าง เรื่องนี้จึงยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม แต่สถานการณ์ดังกล่าว ยังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ตาม ข่าวการติดเชื้อได้ส่งผลต่อสกุลเงินของตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย ขณะที่นักลงทุนลดความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากแพทย์รายหนึ่งในนิวยอร์คติดเชื้ออีโบาลา ซึ่งถือเป็นผู้ติดเชื้อรายแรกในเมืองใหญ่ที่สุดของสหรัฐ
ค่าเงินวอนอ่อนค่าลง ขณะที่กองทุนต่างประเทศขายวอน เพื่อทำกำไรจากการที่วอนแข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาคสัปดาห์นี้ ส่วนบาทอ่อนค่าลงจากแรงซื้อดอลลาร์ของกลุ่มผู้นำเข้า
"ข่าวการพบผู้ติดเชื้ออีโบลา ทำให้นักลงทุนมีโอกาสชั่วคราวที่จะขายทำกำไรจากการแข็งค่าของเงินเอเชีย ท่ามกลางความระมัดระวังเกี่ยวกับสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่" นางยูนา ปาร์ค
นายดาริอุซ โควัลซิค นักเศรษฐศาสตร์ และนักกลยุทธ์อาวุโสจากเครดิต อะกริโคล กล่าวว่าเงินบาทอ่อนค่าลงจากแรงซื้อดอลลาร์ของกลุ่มผู้นำเข้าเพื่อชำระบัญชี ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศและในประเทศพากันขายบาท เพราะคาดดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นอีก ท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ แต่บาทก็ฟื้นตัวขึ้นบ้างจากแรงซื้อพันธบัตร
ทั้งนี้ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิพันธบัตร 2.95 พันล้านบาทในช่วง 3 วันสุดท้ายของสัปดาห์นี้ ขณะที่ในสัปดาห์ที่แล้ว นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิพันธบัตร 255 ล้านบาท
ตลาดหุ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่ปรับตัวลงวานนี้(24 ต.ค.) ท่ามกลางแรงขายจากต่างชาติ และการอ่อนค่าของสกุลเงิน โดยถูกกดดันจากข่าวการติดเชื้ออิโบลา เช่นเดียวกัน
ตลาดหุ้นสิงคโปร์, อินโดนีเซีย, เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ปรับตัวลง ส่วนมาเลเซียและไทย อยู่ในแดนบวก
ดัชนีหุ้นไทยปิดบวก 0.47% จากแรงซื้อในหุ้นแบงก์ขนาดใหญ่ จึงทำให้ตลาดหุ้นโดยรวมปิดในแดนบวกได้ในระดับใกล้เคียง 1,540 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวัน
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้น ตามตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปวานก่อนหน้า เพราะรับผลดีจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่ออมาในเชิงบวก รวมถึงผลประกอบการของบริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐที่ออกมาดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังไม่เชื่อมั่นต่อการลงทุน ดังนั้นเมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้น ก็มีแรงขายทำกำไรออกมาจึงทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นได้ไม่มาก
ข่าวพบผู้ติดเชื้อในนิวยอร์ก ยังส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐ โดยดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าร่วงลง ขณะเดียวกัน การระบาดของเชื้อดังกล่าว ยังทำให้เกิดความวิตกในตลาดญี่ปุ่น
"มีความกังวลเกิดขึ้นกับนักลงทุน" นายมิตซูชิเกะ อากิโนะ หัวหน้าผู้จัดการกองทุนจากอิชิโยชิ แอสเซ็ท แมเนจเมนต์กล่าว
ด้านหุ้นของบริษัทที่ผลิตเวชภัณฑ์เกี่ยวข้องกับเชื้ออีโบลากลับสวนทางพุ่งขึ้นรับข่าวดังกล่าว
ขณะที่ สำนักข่าวจิจิรายงานว่า รมว.สาธารณสุขของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นมีสต็อกยามากเพียงพอ สำหรับประชาชน 20,000 คน โดยฟูจิฟิล์มเปิดเผยเมื่อที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา บริษัทกำลังขยายการผลิตยาต้านไข้หวัดใหญ่ Avigan เพื่อให้ไปถึงผู้ติดเชื้ออีโบลาจำนวนมากขึ้น ส่งผลดัชนีนิคเกอิเปิดตลาดพุ่งขึ้นอย่างมากจากเยนที่อ่อนค่าลง และการทะยานขึ้นของตลาดหุ้น
ด้านตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลงในช่วงเปิดตลาด โดยนักลงทุนวิตกต่อข่าวติดเชื้ออิโบลาเช่นเดียวกัน









