"ชุติมา"ปลัดพาณิชย์ ยันขึ้นราคาแก๊สไม่กระทบต้นทุนสินค้า พร้อมเดินหน้าการค้าชายแดนตั้งเป้าส่งออกปีหน้าโต4-5%
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ แต่ละกรมจัดทำรายละเอียดโครงการมอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนตามนโยบายรัฐบาล โดยกำหนดให้ส่งรายละเอียดวันที่ 24 ตุลาคมนี้ เพื่อรวบรวมนำเสนอและจัดทำโครงการต่อ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ตามกำหนดเริ่มโครงการวันที่ 15 ธันวาคม 2557 ต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม 2558
ทั้งนี้ เบื้องต้นโครงการจะมีทั้งการจัดแคมเปญลดราคาสินค้าต่ำกว่าปกติ คัดเลือกสินค้าที่นิยมของผู้บริโภคจำหน่ายราคาพิเศษ ลดค่าธรรมเนียมการให้บริการต่าง ๆ รวมถึงขยายเวลาการให้บริการในช่วงปีใหม่ จัดอบรมฝึกอาชีพผู้ประกอบการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพประชาชนและมอบเป็นของขวัญให้กับประชาชน และกระทรวงพาณิชย์จะยังคงอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2
ส่วนที่มีหลายฝ่ายกังวลเรื่องภาวะเงินฝืดและการปรับเพิ่มราคาแก๊สภาคครัวเรือนและค่าขนส่งนั้น มีผลต่อเงินเฟ้อขยับเพียงเล็กน้อยไม่ถึงร้อยละ 0.001 เท่านั้น ดังนั้น ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ไว้ที่ร้อยละ 2.2-2.8 อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวของราคาสินค้า ซึ่งอยากย้ำให้ประชาชนอย่าได้ตระหนกเรื่องราคาสินค้าจะสูงขึ้น เพราะไม่มีเหตุผลที่ราคาจะปรับเพิ่มขึ้น
นางสาวชุติมา กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกนาปี 2557/2558 หลังรัฐบาลใช้มาตรการต่าง ๆ จะช่วยพยุงราคาข้าวเปลือกหอมมะลิไม่ต่ำกว่าตันละ 15,400 บาท ตามเป้าหมายตันละ 15,000-16,000 บาท และข้าวเปลือกเหนียวตันละ 12,000 บาท จากเป้าหมาย 13,000 บาท ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) ครั้งหน้าจะเสนอขยายมาตรการช่วยเหลือชาวนาและพยุงราคาข้าว โดยขอให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขยายวงเงินสินเชื่อเงินกู้ระยะเวลา 4 เดือน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 จากร้อยละ 80 ของวงเงินกู้ เป็นร้อยละ 90 พร้อมให้ความสำคัญต่อการเจรจาขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และส่งออกเพิ่ม เป้าหมาย คือ ตะวันออกกลาง จีน และแอฟริกา
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงเป้าหมายการส่งออกปี 2558 ว่า ยังอยู่ระหว่างการประมวลข้อมูลที่ได้รับจากทูตพาณิชย์และหารือกับภาคเอกชน ซึ่งต้นสัปดาห์หน้าจะหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งน่าจะได้ความชัดเจนอีกระดับ อย่างไรก็ตาม ปี 2558 จะให้ความสำคัญกับการค้าชายแดน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักต่อการเพิ่มรายได้เข้าประเทศ โดยกำหนดเป้าหมายเพิ่มมูลค่าส่งออกให้ถึง 1.5 ล้านล้านบาท หรือขยายตัวเกือบร้อยละ 30 จากปีนี้มีมูลค่าประมาณ 990,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับพื้นที่ทำหน้าที่ดูแลโดยเฉพาะ เตรียมจัดกิจกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศ จัดแสดงสินค้าชายแดน และโยกย้ายสำนักงานให้บริการไปอยู่ตามอำเภอชายแดน เพื่ออำนวยความสะดวก และเป้าหมายคาดการณ์การส่งออกปี 2558 ในยอดรวมตั้งเป้าหมายทำงานไว้ว่าจะเร่งผลักดันส่งออกให้ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 4-5 หรือมีมูลค่ากว่า 220,000-230,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยหลังจากนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะนำผลของการประชุมทูตพาณิชย์ไปประชุมร่วมกับภาคการส่งออกแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมต่อไป








