วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์เผยกำไร9เดือนโต2.61%

ระบบแบงก์กำไรงวด 9 เดือน โตแค่ 2.61% แบงก์กลาง-เล็กกำไรลดลง ล่าสุดกรุงไทยแจ้งกำไรสุทธิ 2.5 หมื่นล้านบาท

ธนาคารพาณิชย์ ทยอยแจ้งผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ปรากฏว่า กำไรสุทธิยังคงเพิ่มขึ้น 5.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหรืออยู่ที่ 54,272 ล้านบาท และงวด 9 เดือนธนาคารพาณิชย์ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 2.61% โดยธนาคารพาณิชย์ที่มีผลประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทยและธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ที่ในไตรมาส 3 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 16.83% 27.65% และ 121.08% ตามลำดับ ส่วนงวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1.3.80% 66.68% และ 34.38% ตามลำดับ

ส่วนกำไรสุทธิที่ปรับลดลงยังคงอยู่ในกลุ่มธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยไตรมาส 3 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กำไรสุทธิลดลง 7.39% กลุ่มธนชาต 27.63% กลุ่มทิสโก้ 3.8% ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย 34.05% ธนาคารเกียรตินาคินลดลง 14.36% ส่วนงวด 9 เดือน มีกำไรลดลง 5.79% 51.11% 12.48% 6.35% และ 36.62% ตามลำดับ ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียว ที่มีกำไรสุทธิลดลง 2.30%

ล่าสุดธนาคารกรุงไทยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปีนี้ มีกำไรสุทธิ 9,255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.23% จากไตรมาส 3 ปี 2556 โดยสินเชื่อของธนาคารเพิ่มขึ้น 5.25% จากลูกค้ารายย่อยและภาครัฐ สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือน ธนาคารมีกำไรสุทธิ 25,172 เพิ่มขึ้น 4.49%

นางกิตติยา โตธนะเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารการเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นมาจากธุรกิจหลักของธนาคาร โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเท่ากับ 17,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.85% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของสินเชื่อ มีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 110 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.82% ในไตรมาส 3 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 9,255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.23% สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือน ธนาคารมีกำไรสุทธิรวม 25,172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.49% จากช่วงเดียวกันของปี 2556

ณ วันที่ 30 ก.ย.2557 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อ 1,800,967 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2556 จำนวน 89,877 ล้านบาท คิดเป็น 5.25% โดยเพิ่มขึ้นจากลูกค้ารายย่อยและลูกค้าภาครัฐเป็นหลัก ธนาคารมียอดเงินฝาก 1,903,139 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,358 ล้านบาท หรือ 1.03% มีสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLS) 67,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,009 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 19.50% ทำให้สัดส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 3.08% จากสิ้นปีก่อนที่มี 2.65% ซึ่งส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากลูกค้า SME ขนาดเล็ก และลูกค้ารายย่อยบางส่วน ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ธนาคารมีนโยบายที่ชัดเจนในการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด และรักษาอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพในระดับที่เหมาะสมคือระดับ 107.92% ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีนี้ ธนาคารได้ปรับการกันสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญรายเดือนเพิ่มขึ้นจากเดือนละ 500 ล้านบาท เป็น 700 ล้านบาท เพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น

รวมทั้งได้กันสำรองเพิ่มเติมในไตรมาส 2 ปีนี้ 3,000 ล้านบาท ทำให้งวด 9 เดือน ธนาคารตั้งสำรองรวม 9,965 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.62% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ณ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารมีเงินกองทุน 297,802 ล้านบาท คิดเป็น 15.85% ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยงของแบงก์ชาติ และหากนับรวมกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปีนี้ เข้าเป็นเงินกองทุนอัตราส่วนเงินกองทุนจะอยู่ที่ 16.35% ซึ่งเป็นระดับที่ทำให้ธนาคารแข็งแกร่ง และขยายธุรกิจได้ตามแผน

ด้านนายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า งวด 9 เดือน ธนาคารมีกำไรสุทธิ 900 ล้านบาท ลดลง 6.3% จากงวดเดียวกันปี 2556 สาเหตุหลักเกิดจากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 16.8% และค่าเผื่อหนี้สูญเพิ่มขึ้น 67.4%

ส่วนเงินให้สินเชื่อสุทธิอยู่ที่ 1.839 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2556 กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก 1.976 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากสิ้นปี 2556 ส่วนเอ็นพีแอลอยู่ที่ 6 พันล้านบาท หรือ 3.3%ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนที่มี 2.5% เป็นผลจากการชะงักตัวของภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่มีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า

นายณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์ และการเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบี กล่าวว่า เอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นมาจากสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อบุคคล โดยปีนี้ธนาคารตั้งเป้าลดเอ็นพีแอลลงมาอยู่ที่ 3% โดยมีความสนใจแนวทางการขายเอ็นพีแอลออกไปอีกด้วย และมีการปรับระบบการให้สินเชื่อและติดตามหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วนการขยายสินเชื่อปีนี้ยอมรับว่าอาจจะต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 15% โดยจะพยายามให้เติบโตถึง 10% โดยไตรมาสสุดท้ายของปีจะเห็นความต้องการเบิกใช้สินเชื่อมากขึ้นจากลูกค้ารายใหญ่และรายย่อย ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอียังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงอยู่ ส่วนแผนการขยายสินเชื่อปี 2558 อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่มองว่าภาพรวมเศรษฐกิจปีหน้าจะยังชะลอตัว ทำให้แนวโน้มการให้สินเชื่อของธนาคารอาจต่ำกว่าปีนี้ได้